
หาคำตอบ nakarin789 นักการเมืองมีเอี่ยว จริงไหม
- J. Kanji
- 9 views

nakarin789 นักการเมืองมีเอี่ยว จริงไหม คำตอบคือ ยังไม่แน่ชัด มีรายงานข่าวว่า “มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับการเมืองถูกจับกุม/ถูกกล่าวหา” ในคดีนี้จริง แต่ยังสรุปไม่ได้ว่า “ผิดแน่นอน” เพราะต้องรอการพิสูจน์ในชั้นคดี และคำพิพากษา ดังนั้นอ่านข่าวให้แยก “กล่าวหา” ออกจาก “คำตัดสิน” ไว้ก่อน
กรณีที่ถูกพูดถึงในสื่อ ช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 เป็นปฏิบัติการของตำรวจไซเบอร์ ต่อเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ที่ถูกเรียกในข่าวว่า nakarin789 และมีการกล่าวถึงโดเมนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการขยายผล ไปถึงบุคคลที่มีสถานะ เกี่ยวกับการเมือง/เคยเป็น สส. หรือเป็นผู้สมัคร สส. ในช่วงเวลานั้น
อีกจุดที่ควรรู้คือ มีรายงานว่าตำรวจเริ่มแกะรอย และทำสำนวนต่อเนื่อง มาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 และอ้างว่ามีพยานหลักฐาน/ข้อมูลการสืบสวน ที่ชี้ไปทางเดียวกันว่า “สส. รายหนึ่ง” ถูกมองว่าเป็นเจ้าของเครือข่าย เว็บพนันออนไลน์ มาตั้งแต่ช่วงปี 2565–2566 เป็นต้นมา
ประเด็นที่ทำให้คนตั้งคำถามว่า “นักการเมืองมีเอี่ยวจริงไหม” คือข่าวไม่ได้หยุดแค่การปิดเว็บ หรือจับแอดมิน แต่ไปถึง “การเชื่อมโยงบุคคลการเมือง” และ “ข้อหาที่หนักขึ้น” อย่างเรื่องเส้นทางการเงิน/ฟอกเงิน ในบางรายงานข่าว (15 มกราคม 2026) [1]
คำว่า “เอี่ยว” ในภาษาข่าวไทยมันกว้างมาก ตั้งแต่ “ถูกพาดพิง” ไปจนถึง “ถูกออกหมายจับ/ถูกจับกุม” ดังนั้นต้องแยกเป็นระดับ ๆ
จุดที่ทำให้เรื่องนี้ไวและแรง คือมีการเล่ารายละเอียด “ชนิดของหลักฐาน” ในบางสำนักข่าว ไม่ได้พูดกว้าง ๆ แบบเดิม ๆ เช่น มีรายงานเรื่องข้อมูลพิกัด (geolocation) จากธุรกรรมทางการเงิน ที่ถูกอ้างว่าเชื่อมโยงผู้ต้องหา และมีการกล่าวถึงสถานที่บางจุดที่ “อ่อนไหวทางการเมือง”
อย่างพื้นที่รัฐสภา/ที่ทำการพรรคการเมือง รวมถึงการสั่งการผ่านแอปฯ แชต รายละเอียดแบบนี้ “ช่วยให้คนอ่านเข้าใจภาพ” ว่าทำไมคำว่า “นักการเมืองมีเอี่ยว” ถึงไม่ใช่แค่การเม้าท์ แต่ก็ยังเป็น “ข้อกล่าวหา/ข้อกล่าวอ้าง ตามรายงานข่าว” ที่ต้องรอพิสูจน์ในชั้นคดีอยู่ดี

แกนของประเด็นในข่าว ที่พอพูดได้ชัด คือการแถลง/รายงาน ว่ามีการจับกุมหรือกล่าวหาบุคคล ที่มีสถานะเกี่ยวข้องกับการเมือง ในคดีเครือข่ายเว็บพนันนี้ และมีการพูดถึงตัวเลข เงินหมุนเวียนระดับ หลายร้อยล้านบาท
ในเวลาเดียวกัน ข่าวยังอยู่ในช่วง “กล่าวหา–สืบสวน–พิสูจน์” ไม่ใช่ช่วง “ตัดสินคดี” เพราะคดีอาญา ต้องดูพยานหลักฐาน และคำพิพากษาเป็นที่สุด อีกทั้งมีรายงานว่าผู้ถูกกล่าวหาบางราย ปฏิเสธข้อกล่าวหา
สรุปให้ตรงที่สุดคือ มีชื่อบุคคลการเมืองถูกโยง/ถูกกล่าวหา ในคดีนี้ตามรายงานข่าว แต่ความผิดจริง ต้องรอการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม หรือพูดสั้น ๆ ว่า “มีชื่อถูกกล่าวหา แต่ยังไม่ใช่คำตัดสิน”
เหตุผลหนึ่งคือ “เว็บพนันเป็นธุรกิจที่เงินไหลเร็ว” และเมื่อเงินหมุนเวียน แตะระดับหลายร้อยล้าน ข่าวก็จะจับตาเส้นทางการเงิน และคนที่อาจมีอิทธิพล/เครือข่าย ช่วยอำนวยความสะดวก ซึ่งมันไปแตะคำว่า “อำนาจ” โดยธรรมชาติอยู่แล้ว
อีกเหตุผลคือ ในมุมกฎหมายการ “จัดให้มีเล่น/ชักชวน/โฆษณา” เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 ที่ถูกอ้างอิงบ่อย เวลาพูดถึงพนันผิดกฎหมาย และนี่จึงเป็นเหตุผลที่คดีแบบนี้ มักถูกสืบต่อไปถึง “คนจัดระบบ” มากกว่าหยุดแค่คนเล่นทั่วไป (14 กุมภาพันธ์ 2024) [3]
พอมีการสืบสวนแบบเป็นระบบ (บัญชีม้า เส้นเงิน คนสั่งการ ช่องทางสื่อสาร) มันก็มีโอกาสไปเจอคนที่ “ดูไม่เหมือนคนทำเว็บ” แต่มีบทบาทสำคัญอยู่ข้างหลังได้ ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้สังคมยิ่งจับตา เมื่อมีชื่อคนการเมืองโผล่มา
อย่างแรกคือ “เช็กวันและสถานะคดี” เพราะข่าวคดีอาญา เปลี่ยนเร็วมาก เช่น มีรายงานต่อมาว่าเกี่ยวกับการเลือกตั้ง มีคำสั่งศาลฎีกาให้ถอนชื่อ ผู้สมัครรายหนึ่ง ออกจากประกาศรายชื่อ ด้วยเหตุเกี่ยวเนื่องกับ สถานะสมาชิกภาพ/การถูกจับกุม (ตามที่สื่อรายงาน)
อย่างที่สองคือ แยกคำว่า ‘แถลง/กล่าวหา/พบหลักฐาน’ ออกจาก ‘ตัดสินแล้ว’ เพราะคนอ่านมักอ่านรวบเดียว แล้วสรุปว่าอีกฝ่ายผิดแน่ ทั้งที่จริงมันเป็นคนละช่วง ของกระบวนการ
อย่างที่สามคือ “อย่าหลงกับตัวเลขอย่างเดียว” ตัวเลขเงินหมุนเวียนหลัก 300–400 ล้านมันทำให้ข่าวดูช็อก แต่สิ่งที่ตัดสินคดีจริง ๆ คือความเชื่อมโยง ของพยานหลักฐาน ว่าใครทำอะไร บทบาทอะไร และพิสูจน์ได้แค่ไหน
ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่กระแส เพราะมีรายงานการจับกุม และการแถลงผลคดี ที่พูดถึงบุคคลเกี่ยวข้องกับการเมือง พร้อมตัวเลขเงินหมุนเวียน ระดับหลายร้อยล้านบาท แต่การ “เอี่ยว = ผิดแน่นอน” ยังสรุปไม่ได้ จากข่าวอย่างเดียว เพราะผู้ถูกกล่าวหาบางรายปฏิเสธ และต้องรอการพิสูจน์ในชั้นคดี
มีรายงานข่าว ว่ามีการจับกุม/กล่าวหา “บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมือง” ในคดีเครือข่ายเว็บพนันนี้จริง แต่ความผิดจริง ต้องรอผลในกระบวนการยุติธรรม เพราะมีรายงานว่าผู้ถูกกล่าวหา บางรายปฏิเสธข้อกล่าวหา
เพราะมีสื่อบางเจ้า รายงานว่าใช้ข้อมูลพิกัด จากธุรกรรมทางการเงิน และหลักฐานการสั่งการผ่านแอปฯ แชต เพื่อเชื่อมโยงบทบาทของผู้ต้องหา และมีการกล่าวถึงจุดที่เกี่ยวพัน กับพื้นที่ทางการเมือง

