โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น ความเร็วจัดจ้านที่แฟนบอลยังจดจำ

โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น

สำหรับกาเบรียล โอแบร์กต็อง หรือ โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น คืออดีตปีกความเร็วสูงของแมนยู ที่ถูกจดจำในฐานะนักเตะที่มีสไตล์การลากเลื้อยที่ว่องไว และดูสง่างามแต่ขาดความสม่ำเสมอ ในจังหวะสุดท้าย แม้จะไม่สามารถแจ้งเกิดเป็นตัวหลัก ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้อย่างเต็มตัว

  • จุดเริ่มต้นและชีวิตเบื้องหลังของโอแบร์กต็อง
  • เส้นทางเริ่มต้นในฐานะปีกตัวจี๊ดและค่าเหนื่อย
  • ความแตกต่างในสไตล์เกมริมเส้นของแข้งรายนี้

เปิดเรื่องราวเบื้องหลังของ กาเบรียล โอแบร์กต็อง

โดยเส้นทางชีวิตหรือประวัติของกาเบรียล โอแบร์กต็อง (Gabriel Obertan) เกิดเมื่อวันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ 1989 ในเมือง Paris ของประเทศฝรั่งเศส นับว่าเป็นอดีตแนวรุกชาวฝรั่งเศส ที่สร้างชื่อกับบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ก่อนจะย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2009 ด้วยความหวังที่จะเป็นตัวแทนของ คริสเตียโน โรนัลโด้

แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ และความไม่สม่ำเสมอ ทำให้เขาลงสนามไปเพียง 27 นัด ก่อนจะย้ายไปยัง นิวคาสเซิล ในปี 2011 ตลอดเส้นทางค้าแข้งเขาได้สัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีก และลีกคัพกับทัพปีศาจแดง รวมถึงเคยผ่านประสบการณ์ในหลายลีกทั่วโลก ทั้งรัสเซีย บัลแกเรีย และตุรกี (26 ธันวาคม 2025) [1]

จุดเริ่มต้นในฐานะปีกความเร็วสูง และค่าเหนื่อย เป็นยังไง?

โดยเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ ด้วยตำแหน่งปีกขวาที่โดดเด่น เรื่องการกระชากลากเลื้อย ในลีกบ้านเกิดกับสโมสรบอร์กโดซ์ จนฟอร์มไปเข้าตาเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ตัดสินใจดึงตัวเขามาร่วมทัพปีศาจแดง ในปี 2009 ด้วยค่าตัวราว 3 ล้านปอนด์ (4 กรกฎาคม 2024) [2]

ซึ่งถือเป็นตัวเลขมาตรฐาน สำหรับดาวรุ่งต่างชาติ ที่ขยับขึ้นมาสู่ทีมใหญ่ในยุคนั้น แม้ตัวเลขนี้จะไม่สูง เมื่อเทียบกับซุปเปอร์สตาร์ร่วมทีม แต่ก็เป็นสัญญาระยะยาวที่แสดงให้เห็นว่า สโมสรคาดหวังจะปลุกปั้นเขาให้เป็นทายาทเบอร์ 7 คนถัดไป แม้เขาจะมีสปีดต้นที่ยอดเยี่ยม และการครองบอลที่ติดเท้า แต่ค่าเหนื่อยที่ได้รับ กลับไม่สามารถสะท้อนออกมาเป็นผลงาน ในสนามได้เท่าที่ควร

โดยตลอด 2 ฤดูกาลในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาทำประตูในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว ทำให้ความคุ้มค่าของดีลนี้ ถูกตั้งคำถามจากแฟนบอล และสื่อมวลชนอย่างหนัก ท้ายที่สุดค่าเหนื่อยระดับนี้ จึงกลายเป็นภาระที่ทีมต้องจัดการด้วยการขายขาด ให้พรรคร่วมลีกอย่างนิวคาสเซิล ในปี 2011 เพื่อเปิดทางให้กองกลางสายเลือดใหม่คนอื่นเข้ามาแทน

ตัวเลขตลอดเส้นทางค้าแข้งของโอแบร์กต็อง เป็นอย่างไร

สถิติการลงสนามให้กับสโมสรฟุตบอลอาชีพ

  • เมื่อปี 2006-2009 เล่นให้กับทีม Bordeaux ลงเล่นไป 79 นัด ประตูที่ทำได้ 6 ลูก
  • เมื่อปี 2009 เล่นให้กับทีม Lorient (ยืมตัว) ลงเล่นไป 17 นัด ประตูที่ทำได้ 2 ลูก
  • เมื่อปี 2009-2011 เล่นให้กับทีม Manchester United ลงเล่นไป 27 นัด
  • เมื่อปี 2011-2016 เล่นให้กับทีม Newcastle United ลงเล่นไป 77 นัด ประตูที่ทำได้ 3 ลูก
  • เมื่อปี 2016-2017 เล่นให้กับทีม Anzhi Makhachkala ลงเล่นไป 9 นัด ประตูที่ทำได้ 1 ลูก
  • เมื่อช่วงปี 2017 ทำการเล่นให้กับทีม Wigan Athletic ลงสนามไป 12 เกม ซับไป 1 ประตู
  • เมื่อช่วงปี 2017-2019 ทำการเล่นให้กับทีม Levski Sofia ลงสนามไป 59 เกม ซับไป 5 ประตู
  • เมื่อช่วงปี 2019-2021 ทำการเล่นให้กับทีม Erzurumspor ลงสนามไป 71 เกม ซับไป 8 ประตู
  • เมื่อช่วงปี 2021 ทำการเล่นให้กับทีม Charlotte Independence ลงสนามไป 15 เกม ซับไป 5 ประตู
  • เมื่อช่วงปี 2022-2024 ค้าแข้งให้กับทีม Charlotte Independence ลงสนามไป 66 เกม ซับไป 12 ประตู
  • และสุดท้ายลงเล่นรวมทุกรายการ อยู่ทั้งหมด 432 นัด ประตูที่ทำได้ 43 ลูก

 

สถิติการค้าแข้งให้กับทีมชาติ ฝรั่งเศส

  • และสุดท้ายในปี 2009-2010 U21 ลงสนามรวมทุกรายการ อยู่ทั้งหมด 11 เกม ยิงไป 1 ประตู

ช่วงเวลาสำคัญ ที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จัก

โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น

ช่วงเวลาที่ชื่อของกาเบรียลโอแบร์ต็องนั้น กลายเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม เมื่อช่วงปี 2009 เมื่อเขากลายเป็นเซอร์ไพรส์ดีล ที่ถูกดึงตัวมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทันทีหลังจากที่ทีมเพิ่งเสียคริสเตียโน โรนัลโด้ ไปให้กับทีมเรอัล มาดริด ความเป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฝรั่งเศส

ทำให้แฟนบอลตั้งความหวังว่า เขาอาจเป็น นิว อองรี หรือ นิว โรนัลโด ด้วยทักษะการสับหลอกที่ดูสวยงาม และการทำความเร็วในสนามที่หาตัวจับยาก ในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม จังหวะที่แฟนปีศาจแดงจดจำ เขาได้แม่นยำที่สุดคือ การทำประตูแรก และประตูเดียวในสีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่พบกับบูร์ซาสปอร์ ในปี 2010 รวมถึงการโชว์ลีลาลากเลื้อยสุดสวย ในเกมปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เขามีภาพลักษณ์เป็นปีกสายโชว์ ที่สร้างความตื่นเต้นได้ทุกครั้งที่ได้บอล

สไตล์การเล่นของเขา ที่แตกต่างจากคนอื่น เป็นยังไง?

สไตล์การเล่นของเจ้าตัว มีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการผสมผสานระหว่าง รูปร่างที่สูงโปร่งแต่มีความคล่องตัวสูง ซึ่งหาได้ยากในตำแหน่งปีกยุคนั้น เขามีช่วงขาที่ยาว ทำให้การก้าวเท้าวิ่งดูเหมือนการควบทะยาน ที่สามารถฉีกตัวประกบได้ในระยะประชิด ด้วยสปีดต้นที่จัดจ้าน

สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากปีกคนอื่นคือ ทักษะการครองบอลที่เหนียวแน่น และการใช้ท่าสับหลอกแบบ Step Over ที่ดูนุ่มนวลแต่รวดเร็วคล้าย กับสไตล์ของนักเตะฝรั่งเศสขนานแท้ ที่เน้นเทคนิคเฉพาะตัว มากกว่าการใช้พละกำลังเข้าปะทะ

จุดที่ทำให้เขากลายเป็นที่ถกเถียงคือ ความลึกลับในการตัดสินใจ เพราะบ่อยครั้งที่เขาสามารถเลี้ยงกินตัว ผ่านกองหลังไปได้ถึง 2-3 คนด้วยท่าร่างที่สง่างาม

ผลงานตลอดเส้นการค้าแข้งของ โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น

  • หลักฐานบนเส้นทางลูกหนังของเขา ช่วยเป็นกำลังสำคัญของทีมปีศาจแดง คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ลีก 1 สมัย ในฤดูกาล 2010-2011
  • ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ 1 สมัย ในปี 2010
  • และสุดท้ายช่วยพาทีมคว้าแชมป์ คอมมิวนิตีชีลด์ 1 สมัย ในฤดูกาล 2010-2011

ที่มา: Gabriel Obertan (2026) [3]

กล่าวโดยสรุป โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น

สรุปภาพรวมของ โอแบร์กต็อง อดีตแข้งริมเส้น คือภาพจำของปีกที่มีความเร็วสูง ที่มีพรสวรรค์ทางกายภาพล้นเหลือ แต่ไปไม่สุดในระดับท็อป ด้วยสไตล์การลากเลื้อยที่สง่างาม และว่องไวทำให้เขากลายเป็นที่จับตามอง ในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุค แม้ผลงานในสนามจะไม่สม่ำเสมอ จนต้องกลายเป็นแข้งพเนจร

บทบาทในทีมและแทคติก ที่โค้ชมักมอบหมาย เป็นอย่างไร?

บทบาทหลักที่โค้ช มักมอบหมายให้โอแบร์ต็องคือ การเป็นตัวทำลายแนวรับ โดยใช้ความเร็วจัดจ้านกระชากลากเลื้อยริมเส้น เพื่อดึงตัวประกบ และเปิดพื้นที่ว่างในเกมโต้กลับเร็ว แทคติกส่วนใหญ่ มักให้เขาประจำการเป็นปีกธรรมชาติ ที่เน้นการดวลตัวต่อตัวกับแบ็กคู่แข่ง เพื่อตัดเข้าในหรือครอสบอลสั้น

อุปสรรคและปัจจัยที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่น เป็นแบบไหน

อุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งฟอร์มของโอแบร์ต็อง คือปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อต้นขา ที่มักจะกำเริบในช่วงที่กำลังมั่นใจ ทำให้เขาเสียจังหวะการลงสนามต่อเนื่อง จนขาดความเฉียบคม ในการตัดสินใจจังหวะสุดท้าย นอกจากนี้ ความกดดันจากการถูกเปรียบเทียบ กับซุปเปอร์สตาร์ที่ย้ายออกไป ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตัวเอง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง