เสียงเห่าของสุนัข มีกี่แบบ ฟังออกก็เข้าใจเจ้าตูบ

เสียงเห่าของสุนัข มีกี่แบบ

เสียงเห่าของสุนัข มีกี่แบบ คำตอบคือ สุนัขไม่ได้เห่าแบบเดียวตลอดเวลา แต่ใช้เสียงเห่า แตกต่างกันไปตามอารมณ์ และสถานการณ์ ทั้งการเตือนภัย การทักทาย ไปจนถึงการเห่าเพราะความกลัว หรือความตื่นเต้น หากเริ่มฟังออกว่าเสียงไหน สื่ออะไร ก็จะเข้าใจพฤติกรรมของสุนัขได้ง่ายขึ้น

  • เสียงเห่าประเภทต่าง ๆ และความหมายที่ซ่อนอยู่
  • เสียงเห่าที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความกลัว และความตื่นเต้น
  • วิธีทำความเข้าใจเสียงเห่า เพื่ออยู่ร่วมกับสุนัขได้ดีขึ้น

เห่าเตือนภัย เห่าเพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ

เสียงเห่าประเภทนี้มักจะดัง ชัด และต่อเนื่อง เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่า “มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นนะ” อาจเป็นคนแปลกหน้า รถที่ขับผ่าน เสียงดังจากข้างนอก หรือแม้แต่สิ่งเล็ก ๆ ที่เขาไม่คุ้นเคย สุนัขบางตัวเห่าเตือนสั้น ๆ แค่ไม่กี่ครั้ง แต่บางตัวอาจเห่ายาว จนกว่าเจ้าของจะออกมาดู

นี่ไม่ใช่เพราะดื้อ แต่เป็นสัญชาตญาณ การปกป้องพื้นที่ของเขา งานสำรวจพฤติกรรมสุนัข ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2019 ซึ่งเก็บข้อมูลจากสุนัขกว่า 2,000 ตัว พบว่า 41.1% ของสุนัขมีพฤติกรรมเห่าตอบสนอง ต่อเสียงภายในบ้าน และ 38.4% เห่าตอบสนอง ต่อคนแปลกหน้า (5 มิถุนายน 2019) [1]

แสดงให้เห็นว่าเสียงเห่า ในลักษณะการเตือนภัย เป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อย ในชีวิตประจำวันของสุนัข ไม่ได้เกิดจากความก้าวร้าวเสมอไป ถ้าเจ้าของตอบสนองอย่างสงบ เช่นเดินมาดูแล้วบอกว่า “โอเค ไม่มีอะไร” หมาอาจเรียนรู้ได้ว่า ไม่จำเป็นต้องเห่าซ้ำทุกครั้ง

เห่าทักทาย เห่าด้วยความดีใจ

เสียงเห่าทักทาย จะฟังดูต่างจากการเตือนภัย อย่างชัดเจน มักเป็นเสียงสั้น ๆ จังหวะเร็ว และมาพร้อมภาษากาย เช่นกระดิกหาง กระโดดไปมา หรือวิ่งเข้าหา บางตัวอาจมีเสียง แหลมสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะของอารมณ์เชิงบวก มากกว่าความตึงเครียด

เสียงแบบนี้มักเกิด ตอนเจ้าของกลับบ้าน มีเพื่อนมาหา หรือเห็นคนคุ้นเคยเดินเข้ามา เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และความสุข สำหรับสุนัขบางตัว การเห่าทักทายเหมือนเป็นการพูดว่า “ดีใจที่เจอ” หรือ “ในที่สุดก็มาแล้ว” มากกว่าจะเป็นการ เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ

เจ้าของหลายคน อาจเคยตั้งคำถามว่า ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า และอาจเข้าใจผิด ว่าเป็นการเห่ากวน หรือเห่าไม่รู้เรื่อง แต่จริง ๆ แล้วคือหมาดีใจ จนกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ หากไม่อยากให้เห่าดังเกินไป อาจรอให้หมาสงบก่อน ค่อยทักทาย จะช่วยให้เขาเรียนรู้ การควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น

สุนัขเห่าเรียกร้องความสนใจ

เสียงเห่าแบบนี้จะไม่ดังมาก แต่จะเห่าเป็นจังหวะ เหมือนตั้งใจส่งสัญญาณ ให้เจ้าของหันมามอง เช่น เห่าหนึ่งครั้ง หยุด แล้วเห่าอีก สุนัขมักใช้เสียงนี้ ตอนอยากได้อะไรบางอย่าง เช่นอยากออกไปข้างนอก อยากกินขนม อยากเล่น หรืออยากให้เจ้าของสนใจ

งานวิจัยในปี 2022 พบว่าเสียงเห่าของสุนัข สามารถเปลี่ยนลักษณะ ตามเป้าหมายที่ต้องการได้จริง เช่น เสียงเห่าที่ใช้เรียกเจ้าของ จะต่างจากเสียงเห่า ที่ใช้ตอนคาดหวังอาหาร แสดงให้เห็นว่าสุนัข เลือกใช้เสียงอย่างมีจุดประสงค์ (มกราคม 2022) [2]

ถ้าเจ้าของเคยตอบสนอง ด้วยการให้สิ่งที่หมา ต้องการทันที เสียงเห่าแบบนี้ ก็จะยิ่งถูกใช้บ่อยขึ้น เพราะหมาเรียนรู้แล้วว่า “เห่า = ได้ผล” และยิ่งได้ผลซ้ำ ๆ เขาก็จะยิ่งมั่นใจว่าแค่เห่า ก็ทำให้เรารีบทำตาม ที่เขาต้องการได้ และจะเลือกใช้วิธีนี้ซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่อยากได้ความสนใจ หรือสิ่งที่ต้องการ

เห่าเพราะกลัว เครียด หรือไม่สบายใจ

เสียงเห่าของสุนัข มีกี่แบบ

เสียงเห่าประเภทนี้ จะฟังดูแหลม สั่น หรือไม่สม่ำเสมอ บางครั้งอาจมีเสียงคราง หรือหอนปนอยู่ด้วย มักเกิดในสถานการณ์ ที่หมารู้สึกไม่ปลอดภัย เช่น อยู่คนเดียว เสียงฟ้าร้อง เสียงพลุ หรืออยู่ในสถานที่แปลกใหม่ นี่เป็นเสียงที่เจ้าของ ควรใส่ใจเป็นพิเศษ

เพราะสะท้อนสภาพอารมณ์ด้านลบ ไม่ใช่การเห่ากวนหรือเห่าดื้อ งานทบทวนงานวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์ในปี 2021 ระบุว่าเสียงดังกะทันหัน เช่น ฟ้าร้อง หรือเสียงพลุ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลัก ที่กระตุ้นความกลัว และความเครียดในสุนัข และมักทำให้เกิดพฤติกรรมเห่า ที่มีลักษณะสั่น หรือแหลม (8 พฤศจิกายน 2021) [3]

การปลอบอย่างใจเย็น ไม่ตะโกนใส่ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย จะช่วยให้หมาค่อย ๆ ลดเสียงเห่าประเภทนี้ได้ และถ้าจำเป็น อาจค่อย ๆ ฝึกให้คุ้นกับสิ่งกระตุ้นแบบทีละนิด เพื่อให้เขามั่นใจมากขึ้นในระยะยาว

เห่าเล่น เห่าเพราะตื่นเต้น หรือกำลังสนุก

เสียงเห่าเล่นมักจะเกิดตอนหมา กำลังเล่นกับคน หรือเล่นกับหมาตัวอื่น เสียงจะฟังดูเบา มีจังหวะสนุก ๆ ไม่ดุดัน และมักมาพร้อมท่าทางชวนเล่น เช่นชวนวิ่ง หมอบหน้า แลบลิ้น หรือกระโดดสลับไปมา เสียงเห่าประเภทนี้ มักไม่ต่อเนื่องยาว ๆ แต่จะโผล่มาเป็นช่วง ๆ ตามจังหวะการเล่น

เสียงแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณว่าหมา กำลังมีความสุข และรู้สึกปลอดภัย กับสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยเฉพาะในลูกสุนัข หรือสุนัขวัยรุ่น เสียงเห่าเล่นจะพบได้บ่อย เพราะเป็นช่วงที่พลังงานสูง และอยากมีปฏิสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม ถ้าหมาเห่าเล่นมากเกินไป หรือไม่หยุดเลย อาจหมายถึงเขา ยังใช้พลังงานไม่พอ หรือเริ่มตื่นเต้นเกินควบคุม การพาไปเดิน เล่นเกมใช้สมอง หรือพักให้สงบเป็นช่วง ๆ จะช่วยให้เสียงเห่าแบบนี้ ลดลงได้เองโดยไม่ต้องดุ

เห่าแบบเคยชิน หรือเห่าเพราะเรียนรู้พฤติกรรม

บางครั้งเสียงเห่า ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ชัดเจน แต่เกิดจากการเรียนรู้ซ้ำ ๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น เห่าแล้วมีคนมาดุ เห่าแล้วมีคนหันมามอง หรือเห่าแล้วได้ออกไปข้างนอก สำหรับสุนัข นี่คือการเรียนรู้แบบง่าย ๆ ว่า “การเห่าทำให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง”

เสียงเห่าแบบนี้ มักเกิดในช่วงเวลาเดิม ๆ หรือสถานการณ์เดิม ๆ เช่นเห่าทุกครั้งที่ได้ยินเสียงออด เห่าตอนเจ้าของ เตรียมออกจากบ้าน หรือเห่าทันทีที่เห็นสายจูง การเห่าอาจไม่ได้มีอารมณ์รุนแรง แต่เป็นนิสัยที่ติดตัวไปแล้ว

การแก้พฤติกรรมลักษณะนี้ ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เจ้าของควรหลีกเลี่ยง การตอบสนองทันที เมื่อหมาเห่า และเลือกให้ความสนใจ ในจังหวะที่หมาสงบแทน เพื่อไม่ให้เผลอ “ให้รางวัล” กับการเห่าโดยไม่ตั้งใจ

เสียงเห่าของสุนัข มีกี่แบบ กับบทสรุป

กับคำถามที่ว่า เสียงเห่าของสุนัข มีกี่แบบ ถ้าฟังดีๆ เสียงเห่าของสุนัข ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่เป็นภาษาหนึ่ง ที่บอกอารมณ์ ความต้องการ และสภาพจิตใจ ของเขาได้อย่างชัดเจน ยิ่งเจ้าของฟังออกมากเท่าไร การอยู่ร่วมกัน ก็จะยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น และปัญหาเรื่องการเห่า ก็จะจัดการได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

สุนัขเห่ามากผิดปกติ แปลว่าดื้อไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ใช่ความดื้อ แต่เป็นสัญญาณว่า มีบางอย่างในอารมณ์ หรือสภาพแวดล้อม ที่เขารับมือไม่ไหว เช่น ความเครียด ความกลัว หรือพลังงานที่ล้น ซึ่งการมองหาสาเหตุจริง ๆ จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด มากกว่าการดุเสียงดัง

เจ้าของจะเริ่มแยกเสียงเห่าได้ยังไง?

ลองสังเกตทั้งเสียง จังหวะ และสถานการณ์ที่เกิดร่วมกัน ทำบ่อย ๆ จะเริ่มจับทางได้เองว่าเสียงไหนคือดีใจ กลัว หรือแค่อยากเรียกร้องความสนใจ ซึ่งจะทำให้การสื่อสารระหว่างเจ้าของ กับหมาง่ายขึ้นมาก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง