
เจาะลึก เว็บพนัน มีผลต่อภาพลักษณ์การเมืองยังไง
- J. Kanji
- 11 views

เว็บพนัน มีผลต่อภาพลักษณ์การเมืองยังไง คำตอบก็คือ มันทำให้คน วัดความน่าเชื่อถือ ของรัฐจาก “ผลลัพธ์จริง” ว่าปราบได้แค่ไหน คุมเงินได้ไหม และปกป้องประชาชนได้หรือเปล่า พอคนยังเห็นเว็บใหม่ผุดขึ้น หรือโฆษณาเต็มโซเชียล ภาพลักษณ์รัฐบาล และนักการเมือง ก็ถูกตั้งคำถามทันที
ถึงแม้กฎหมายไทย จะห้ามการพนันส่วนใหญ่ ไว้อย่างเข้มงวด แต่การเล่นพนันออนไลน์ กลับไม่เคยหายไปจากสังคม ล่าสุดในปี 2024 มีรายงานว่าไทย กำลังเสี่ยงจะกลายเป็น ศูนย์กลางของเครือข่าย การพนันออนไลน์ จากองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
โดยเครือข่ายเหล่านี้ มักใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการ เชื่อมโยงการฟอกเงิน การโฆษณาออนไลน์ และระบบการเงินข้ามประเทศ ซึ่งยิ่งทำให้ปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องภายใน แต่กลายเป็นภาพลักษณ์ ระดับภูมิภาค (26 ธันวาคม 2024) [1]
ซึ่งตำรวจกำลังประสานงาน กับต่างประเทศ เพื่อต่อสู้กับปัญหานี้อย่างจริงจัง สิ่งนี้ทำให้ประชาชน ตั้งคำถามว่า “ควบคุมได้จริงหรือไม่” และภาพลักษณ์ของรัฐ ที่สัญญาว่าจะดูแล ระบบออนไลน์ให้ปลอดภัย กลับถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่แค่ปัญหาเท่านั้น แต่ในต้นปี ค.ศ. 2025 รัฐบาลไทยผ่านร่างกฎหมาย เพื่อพิจารณาการ “ประกาศให้การพนันบางรูปแบบ ถูกกฎหมาย” โดยมีเป้าหมาย เพื่อดึงนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่ง ที่สร้างความขัดแย้ง ทั้งในวงการการเมือง และสังคม
การผลักดันนโยบายนี้ ทำให้ฝ่ายค้าน และกลุ่มภาคประชาชน ตั้งคำถามอย่างหนักว่า รัฐบาลกำลังส่งสัญญาณว่า การเปิดช่องทางให้พนัน เป็นเรื่องยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งส่งผลให้การเมือง เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน มากกว่าแค่การปราบปราม (23 มกราคม 2026) [2]
หนึ่งในปัจจัยหลัก ที่ทำให้ภาพลักษณ์ ของนักการเมืองสั่นคลอน คือ ความแตกต่าง ระหว่างคำกล่าวอ้าง กับสิ่งที่ประชาชนเห็นเอง เพราะคนตัดสิน จากประสบการณ์ตรง ที่เจอในชีวิตประจำวัน มากกว่าคำแถลงบนเวที
แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศ ปฏิบัติการปิดเว็บพนัน แต่ผลข้อมูลจากระบบราชการ ระบุว่าในช่วงเดือนตุลาคม 2023 ถึงกันยายน 2024 มีการบังคับใช้กฎหมาย และจับกุมมากกว่า 15,000 คดีเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูง (25 มกราคม 2025) [3]
แต่มุมมองของสังคม กลับรู้สึกว่า “เว็บยังคงอยู่เหมือนเดิม” ภาพลักษณ์ของนักการเมือง จึงได้ผลกระทบโดยตรงจาก “การรับรู้” ของประชาชน มากกว่าตัวหลักฐานเชิงสถิติ เพราะสิ่งที่คนจำได้ คือเว็บที่ยังใช้ได้ และโฆษณาที่ยังขึ้นทุกวัน จนหลายคนพูดกันตรง ๆ ว่า ปี 2026 คนไทยยังเล่นพนันเยอะไหม

ในช่วงเลือกตั้ง หรือช่วงที่มีการอภิปรายในสภา ประเด็นเว็บพนัน มักถูกหยิบยกขึ้นมา วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามโดยตรง เพราะเป็นเรื่องที่กระทบอารมณ์ และความรู้สึก ของคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เด็กติดพนัน, เงินไหลออกนอกระบบ, หรือการที่ระบบรัฐ ดูเหมือนเอาชนะไม่ได้
ตัวอย่างเช่น กลุ่มนักวิจารณ์เคยนำคดีใหญ่หนึ่ง ที่ชื่อ “คดีมาเก๊า 888” เมื่อ ปี 2023 ซึ่งเป็นคดีจับเว็บพนันรายใหญ่ ที่มีข่าวว่ามีเครือข่าย เกี่ยวข้องกับตำรวจ และนักการเมือง ส่งผลให้หลายฝ่าย ต้องออกมาตั้งคำถาม ถึงการเมือง และความโปร่งใส ในการบังคับใช้กฎหมาย
แม้จะไม่ได้มีการยืนยัน ความเชื่อมโยงทั้งหมดแต่ “การโยงคดีพนันกับการเมือง” กลายเป็นประเด็นที่ใช้กันบ่อยๆ ในวงสภา หรือโซเชียล จนหลายคนเริ่มมองว่า เรื่องนี้เป็นตัวชี้วัด ความโปร่งใส และความจริงใจ ของผู้มีอำนาจไปโดยปริยาย
เว็บพนันไม่ใช่แค่การเสี่ยงโชค ของคนบางกลุ่ม แต่ตามข้อมูล ในปี 2024–2025 พบว่ามีรายงานว่า การพนันออนไลน์ทำให้เงินในประเทศ “รั่วไหล” เป็นจำนวนมาก ประมาณ กว่า 150,000 ล้านบาทต่อปี ที่ไหลออกจากไทย ไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งสร้างความกังวล ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ
และความเชื่อมั่น ต่อผู้กำกับดูแล การที่ประชาชนรู้ว่า มีเงินจำนวนมหาศาลไหลออกไป โดยที่รัฐยังจัดการไม่ได้ตรงจุด จึงยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ ของนักการเมืองในฐานะ “ผู้ดูแลเศรษฐกิจ” ถูกตั้งคำถามมากยิ่งขึ้น
การปราบพนันออนไลน์ อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐ ดูเข้มแข็งขึ้นได้ แต่ต้องเป็น “การเปลี่ยนแปลง ที่ประชาชนเห็นได้จริง” ไม่ใช่เพียงการประกาศ แต่งตั้งคณะทำงาน หรือออกแถลงการณ์
ตัวอย่างแนวทางที่ถูกพูดถึงคือ
แนวทางเหล่านี้ จะช่วยให้ภาพลักษณ์การเมือง ไม่ถูกมองว่าทำเพียง “เชิงสัญลักษณ์” แต่เป็น “เรื่องจริงที่แก้ได้จริง” และทำให้คนรู้สึกว่า รัฐเอาจริงแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ทำเป็นรอบ ๆ ตามกระแสข่าว
กับคำถามที่ว่า เว็บพนัน มีผลต่อภาพลักษณ์การเมืองยังไง นั้นก็เพราะมันทำให้คน วัดความน่าเชื่อถือ ของรัฐจาก “ผลลัพธ์จริง” ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย นโยบาย และการจัดการเงิน ถ้าคำพูดไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชนเห็น ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และนักการเมืองก็ลดลงทันที
เพราะมันเป็นเรื่องที่สังคม เห็นผลได้ง่าย คนเห็นเว็บยังอยู่ และใช้งานได้ แม้จะมีข่าวจับกุม อันนี้ทำให้เห็นภาพว่า จะควบคุมได้จริงหรือไม่ ตั้งข้อสงสัยจากสาธารณะ และพอความสงสัยสะสม ภาพลักษณ์ของคนคุมเกมก็จะดู “ไม่น่าไว้ใจ” ไปด้วย
ต้องให้ประชาชนเห็น “ผลลัพธ์จริง” เช่น การปิดเว็บที่ไม่สามารถ กลับมาใช้งานได้ การควบคุมเงินอย่างเป็นระบบ และนโยบายที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำพูด พร้อมสื่อสารความคืบหน้า แบบตรวจสอบได้ เพื่อให้คนรู้สึกว่ารัฐเอาจริง และทำต่อเนื่อง

