เลี้ยงหมา ทำไมได้รู้จักคนง่ายขึ้น ใครขี้อายก็เริ่มได้

เลี้ยงหมา ทำไมได้รู้จักคนง่ายขึ้น

เลี้ยงหมา ทำไมได้รู้จักคนง่ายขึ้น นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะหมาเป็นตัวเปิดบทสนทนาอย่างดี ทำให้เข้าสังคมแบบธรรมชาติสุด ๆ ไม่ค่อยชอบคุยกับคนแปลกหน้า แต่พอมีหมาอยู่ข้าง ๆ โลกมันเปิดเองแบบงง ๆ เดินออกไปซื้อของหน้าปากซอย ยังมีคนทัก “น้องชื่ออะไรคะ” ได้เลย

  • เปิดบทสนทนาแบบธรรมชาติ ด้วยความน่ารักของหมา
  • จังหวะเจอคนซ้ำ จากกิจวัตรพาหมาเดิน และพื้นที่สาธารณะ
  • สานความสัมพันธ์จริง ผ่านคอมมูนิตี้คนเลี้ยงหมา

หมาเป็น “ตัวเปิดบทสนทนา” ชั้นดี

เวลาคนสองคนไม่รู้จักกัน ปกติเราจะมีความเกร็งนิด ๆ ว่าจะเริ่มคุยอะไรดี แต่หมาคือหัวข้อที่ปลอดภัยมาก เพราะมันเป็นเรื่องเบา ๆ ไม่เสี่ยงดราม่า และทำให้คนรู้สึกสบายใจเร็ว และไม่ได้รู้สึกไปเองด้วยนะ งานวิจัยตั้งแต่ปี 2000 พบว่าแค่ “มีหมาอยู่ด้วย” ก็ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

เช่นการคุยกับคนแปลกหน้า มากกว่าตอนเดินคนเดียวอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่คำทักจะเริ่มจาก อะไรที่ง่ายสุด เช่น “พันธุ์อะไรเหรอ” “อายุเท่าไหร่แล้ว” “ขนสวยจัง” แล้วค่อยไหลไปเรื่องอื่นต่อเอง เช่นบ้านอยู่แถวนี้เหมือนกันไหม เดินสวนนี้บ่อยไหม ร้านอาบน้ำตัดขนแนะนำมีไหม

แล้วบางทีก็หลุดไปถึง เรื่องยอดฮิต ของคนเลี้ยงหมาอย่าง เลี้ยงหมา แล้วเงินหายจริงไหม แบบขำ ๆ ที่สำคัญคือหมา ช่วยลดแรงกดดันในการคุย เพราะเราไม่ได้คุย “เพื่อทำความรู้จักกัน แบบจริงจัง” แต่คุยเพราะมีสิ่งน่ารักอยู่ตรงกลาง บรรยากาศมันเลยไม่แข็ง (กุมภาพันธ์ 2000) [1]

กิจวัตรพาหมาออกไปข้างนอก คือโอกาสเจอคนซ้ำ ๆ

คนเลี้ยงหมามักมี แพตเทิร์นชีวิตคล้ายกัน เช่นเวลาเดินเช้า เดินเย็น แวะสวน แวะสนามหญ้า เดินเส้นเดิม ๆ พอเราออกไปช่วงเวลาใกล้ ๆ กันทุกวัน เราจะเริ่ม “เห็นหน้าเดิมซ้ำ” โดยไม่ตั้งใจ

ภาพนี้สอดคล้องกับงานวิจัยปี 2015 ที่สำรวจคนในเพิร์ธและ 3 เมืองในสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้ม “ได้รู้จักคนในย่าน” มากกว่าคนที่ไม่เลี้ยงสัตว์ และประมาณ 40% บอกว่าได้รับการช่วยเหลือ จากคนที่รู้จักผ่านสัตว์เลี้ยง เช่นช่วยดูสัตว์ ให้คำแนะนำ หรือแม้แต่ให้กำลังใจเวลามีปัญหา (29 เมษายน 2015) [2]

และการเห็นหน้าซ้ำ ๆ นี่แหละคือจุดเริ่ม ของความคุ้นเคย จากที่เคยแค่พยักหน้าให้กัน กลายเป็นยิ้มให้ กลายเป็นทัก แล้วค่อย ๆ กลายเป็นคุยยาวขึ้นเองแบบไม่รู้ตัว เหมือนเราได้เพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนอยู่มานาน ก็ยังไม่เคยคุยกันจริงจัง

พื้นที่สวนสาธารณะ คือพื้นที่รวมคนใจเดียวกัน

บางที่มันมีพลังทางสังคมแปลก ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ ที่คนไปเพราะ “รักหมาเหมือนกัน” เช่น สวนสาธารณะ โซนสนามหญ้า ร้านเพ็ทคาเฟ่ ร้านอาบน้ำตัดขน งานแฟร์สัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่คลินิกสัตว์

พอคนอยู่ในพื้นที่แบบนี้ โหมดคุยกันจะง่ายขึ้น เพราะมีเรื่องร่วมทันที ไม่ต้องเดากันเยอะ ว่าอีกฝ่ายจะอินไหม เรื่องที่พูดก็เกิดขึ้นตรงหน้าเลย เช่นหมาของใคร ชอบเล่นแบบไหน ใครขี้ตกใจ ใครติดเจ้าของ ใครชอบของเล่นอะไร พูดแล้วไม่แปลก เพราะทุกคนก็อยู่ตรงนั้น ด้วยเหตุผลเดียวกัน

แถมยังมีมุมช่วยเหลือกันเยอะมาก เช่นแนะนำหมอ แนะนำอาหาร แนะนำคอร์สฝึก หรือเตือนกันเรื่องเห็บหมัดตามฤดูกาล ความสัมพันธ์แบบ “ช่วยกันเลี้ยง” นี่ทำให้ผูกมิตร ไวกว่าแชททำความรู้จักทั่วไปอีก

หมาเพิ่มความน่าเข้าหา ให้เจ้าของแบบไม่ต้องพยายาม

เลี้ยงหมา ทำไมได้รู้จักคนง่ายขึ้น

บางทีคนเราไม่ได้อยากคุยเพราะ “เจ้าของดูดี” อย่างเดียว แต่เพราะเจ้าของที่มีหมา มักถูกมองว่าใจดี อ่อนโยน รับผิดชอบ หรืออย่างน้อย ก็เป็นคนที่มีมุมอบอุ่นให้เห็น ต่อให้เราแต่งตัวง่าย ๆ หน้าเหนื่อย ๆ แต่มีหมาเดินอยู่ข้าง ๆ ภาพรวมมันดูเป็นมิตรขึ้น แบบอัตโนมัติ

คนเลยกล้าทัก กล้าถาม กล้าเริ่มบทสนทนา เพราะไม่รู้สึกว่าเรา เป็นคนเข้าถึงยาก “จังหวะการคุย” มันเกิดเองง่าย ๆ เช่นตอนเราหยุดให้น้องดมกลิ่นหรือพัก คนอื่นก็มีช่องมาทักสั้น ๆ ได้พอดี

และพอเขาจำหมาได้ ก็มักจำเจ้าของได้ด้วย ทำให้ครั้งต่อไปคุยกันง่ายขึ้น ยิ่งถ้าเป็นหมานิสัยน่ารัก ชอบทักคน ชอบให้ลูบ ยิ่งเหมือนหมาช่วยทำหน้าที่เป็น “พีอาร์ส่วนตัว” ให้เราไปในตัว

คนเลี้ยงหมามักมีคอมมูนิตี้ ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์

โลกหมามันมีชุมชนเยอะมาก ตั้งแต่กลุ่มเฟซบุ๊ก ของสายพันธุ์ต่าง ๆ กลุ่มหมาในหมู่บ้าน กลุ่มวิ่งกับหมา กลุ่มหาบ้านให้หมา กลุ่มช่วยเหลือสัตว์ ไปจนถึงกลุ่มรีวิวสินค้า ข้อดีคือคนในกลุ่มคุยกันง่าย เพราะมีโจทย์ร่วมจริง ๆ เช่น “น้องแพ้อะไรดี” “พาไปฉีดวัคซีนที่ไหน” “เจอปัญหาฉี่ไม่เป็นที่”

แล้วคอมเมนต์ไปคอมเมนต์มา มันต่อยอดเป็นเพื่อนกันได้ บางคนถึงขั้นนัดเจอกันจริง พาหมาไปเดินด้วยกัน ไปคาเฟ่ ไปทำกิจกรรม ที่สนุกคือมันไม่ใช่การหาเพื่อน แบบว่าง ๆ แต่เป็นการหาเพื่อน ผ่านการใช้ชีวิตจริง ทำให้ความสัมพันธ์ แน่นกว่าแบบคุย ๆ หาย ๆ

หมาเป็น “สะพาน” ไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกขึ้น

เริ่มจากคุยเรื่องหมา ก่อนจะรู้จักชื่อกัน แล้วค่อยรู้ว่าอีกฝ่ายทำงานอะไร ชอบอะไร อยู่แถวไหน จากนั้นก็นัดพาหมาเดินด้วยกัน บางคนกลายเป็นเพื่อนสนิท บางคนกลายเป็นทีมวิ่งตอนเย็น บางคนกลายเป็นกลุ่มไปเที่ยวด้วยกัน จริง ๆ เรื่องนี้มีฐานข้อมูล รองรับด้วยเหมือนกัน

เพราะงานวิจัยปี 2017 ขยายการเก็บข้อมูลเป็น 4 เมือง และรวมผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 2,692 คน เพื่อดูความเชื่อมโยง ระหว่างการเลี้ยงสัตว์/การพาหมาเดิน กับความสัมพันธ์ในชุมชน (5 พฤษภาคม 2017) [3] เพราะความสัมพันธ์ ที่เริ่มจากหมามักเริ่มแบบไม่รีบ ไม่กดดัน และมีจังหวะให้ค่อย ๆ สนิทผ่านกิจวัตร

เราไม่ได้ต้อง “พยายามทำให้คนชอบเรา” มากเท่าเดิม เพราะเรามีบทสนทนา มีเหตุผลให้เจอกัน และมีสิ่งที่ทำร่วมกันอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ คือหมาไม่ได้แค่ทำให้เรา เจอคนมากขึ้น แต่มันทำให้ “การรักษาความสัมพันธ์” ง่ายขึ้นด้วย

เลี้ยงหมา ทำไมได้รู้จักคนง่ายขึ้น กับบทสรุป

เหตุผลที่ เลี้ยงหมา ทำไมได้รู้จักคนง่ายขึ้น นั่นก็เพราะหมา ทำให้การเริ่มคุยง่ายขึ้น พาเราออกไปเจอคนซ้ำ ๆ ในกิจวัตรเดิม ๆ และพาเราเข้าไปอยู่ในคอมมูนิตี้ ที่มีความสนใจร่วมกัน แบบธรรมชาติ จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นหน้า จากคนคุ้นหน้า กลายเป็นเพื่อนใหม่ได้จริง

เราเป็นคนขี้อายมาก เลี้ยงหมาจะช่วยได้จริงไหม?

ช่วยได้แบบเนียน ๆ เลย เพราะคนมักทักหมาก่อน ทำให้เราไม่ต้องฝืนเริ่มคุยเอง แค่ตอบคำถามง่าย ๆ แล้วค่อยไหลไปเอง และพอคุยบ่อย ๆ ความกล้าจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว แถมเรายังมี “เรื่องของน้อง” ไว้ต่อบทสนทนาเสมอ เลยไม่ค่อยเจอสถานการณ์คุยไม่ออก

กลัวหมาไปทักคน แล้วรบกวนคนอื่น ทำยังไงดี?

คุมด้วยสายจูง และอ่านสถานการณ์เป็นหลัก ถ้าเห็นอีกฝ่ายยิ้ม/มองน้อง คือสัญญาณโอเค แต่ถ้าอีกฝ่ายรีบเดิน หรือเลี่ยง ก็พาน้องผ่านไปแบบสุภาพ แค่นี้ก็อยู่ร่วมกันได้สบาย ๆ และถ้าอยากชัวร์ ลองถามสั้น ๆ ก่อนว่า “ขอให้น้องทักได้ไหมคะ/ครับ” ก็ช่วยให้ทุกคนสบายใจขึ้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง