
ชวนคิด เมื่อไหร่ ไทยจะปราบเว็บพนันจริงจังสักที
- J. Kanji
- 12 views

เมื่อไหร่ ไทยจะปราบเว็บพนันจริงจังสักที คำตอบคือไทยมีการปราบอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือเว็บพนันเปลี่ยนชื่อ ย้ายช่องทาง และกลับมาเปิดใหม่ได้เร็ว ทำให้คนยังรู้สึกว่าไม่เด็ดขาดพอ และต้องแก้มากกว่าการปิดเว็บเป็นราย ๆ ไป ถ้าจะเอาให้ชัด ต้องปราบแบบต่อเนื่อง และตามให้ถึงต้นทาง
ต้องยอมรับก่อนว่าไทยมีการปราบจริง และมีตัวเลข ที่สะท้อนความเข้มข้นพอสมควร เช่น ดีอีระบุว่าในช่วง 1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2568 มีการปิดกั้น URL/เพจ/โซเชียล ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์รวม 29,185 URL และตำรวจจับกุมผู้เกี่ยวข้อง คดีพนันออนไลน์ได้ 4,627 รายในช่วงเวลาเดียวกัน (24 เมษายน 2025) [1]
แต่ปัญหาคือโมเดลของเว็บพนันออนไลน์มัน “ย้ายเร็ว เปลี่ยนชื่อเร็ว เปิดใหม่เร็ว” มาก พอถูกบล็อกโดเมนหนึ่ง ก็สลับไปอีกโดเมน ใช้ชื่อคล้ายเดิม เพิ่ม/ลดตัวอักษร หรือย้ายช่องทางชวนเล่นไปที่แพลตฟอร์มอื่นทันที ทำให้คนทั่วไปเห็นภาพเหมือน “จับไม่เคยหมด” ทั้งที่หน้างาน มีการทำงานต่อเนื่องจริง
พูดง่าย ๆ คือ ฝั่งรัฐกำลังวิ่งแบบงานราชการ และกระบวนการกฎหมาย แต่ฝั่งเว็บพนันวิ่งแบบสตาร์ตอัปใต้ดิน เปลี่ยนตัวได้เป็นสิบรอบ ในเวลาไม่นาน เลยเกิดคำถามว่า ทำไมจับเว็บพนันไปแล้ว ถึงยังเห็นเปิดอยู่ และความรู้สึกของสังคม ก็เลยออกมาเป็น “ทำไมยังไม่หายไปสักที”
อีกเหตุผล ที่ทำให้คนรู้สึกว่าปราบไม่ทัน คือจำนวนคอนเทนต์/ลิงก์ผิดกฎหมาย มันเพิ่มขึ้นเร็วมาก รัฐบาลไทยเผยข้อมูล จากกระทรวงดีอีว่าระหว่าง 1 ต.ค. 2566 – 30 ก.ย. 2568 เว็บไซต์เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพิ่มจาก 60,000 URL ในปี 2567 เป็น 400,000 URL ในปี 2568
และเฉพาะกลุ่มเว็บไซต์พนันเพิ่มจาก 62,213 URL เป็น 307,538 URL แปลเป็นภาษาคนอ่านง่าย ๆ คือ ต่อให้รัฐทำงานหนักขึ้น แต่ถ้าฝั่งผู้กระทำผิดขยายตัวเร็วกว่า 3-4 เท่า ความรู้สึกของประชาชนก็ยังจะเป็น “เหมือนเดิม” หรือบางครั้งรู้สึกว่าแย่ลงด้วยซ้ำ
เพราะเจอโฆษณา เจอลิงก์ เจอข้อความชวนเล่นบ่อยขึ้น นี่เป็นจุดสำคัญมาก เพราะคำถาม “เมื่อไหร่จะปราบจริงจัง” บางทีไม่ได้หมายถึง ต้องจับให้ได้มากขึ้นอย่างเดียว แต่หมายถึงต้องทำให้คนรู้สึกว่า “ปริมาณมันลดลงจริง” ซึ่งตอนนี้ตัวเลข ยังบอกว่าฝั่งปัญหากำลังโตเร็ว (17 ตุลาคม 2025) [2]
เว็บพนันออนไลน์ไม่ใช่แค่หน้าเว็บ แต่เป็นระบบธุรกิจที่มีแอดมิน บัญชีม้า ช่องทางจ่ายเงิน ทีมโฆษณา และเครือข่ายฟอกเงิน ถ้าปิดแค่ URL แต่เส้นทางการเงินยังวิ่งได้ ระบบก็กลับมาได้เร็ว ดีอีจึงยกระดับความร่วมมือกับตำรวจ ปปง. ธปท. และสมาคมธนาคารไทยเพื่อ “ตัดวงจร” การสื่อสารและธุรกรรมการเงิน
ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางเงิน อายัดบัญชีม้า และสินทรัพย์ดิจิทัล สรุปคือ ถ้าจะปราบให้เห็นผล ต้องปิดเว็บควบคู่กับไล่เงิน และไล่เครือข่ายตัวจริง พร้อมทำให้การเชื่อมข้อมูล ระหว่างหน่วยงานเร็วขึ้น เพราะโลกออนไลน์ชนะกันที่ความเร็ว

หลายคนสงสัยว่า หรือเพราะไทยไม่มีกฎหมาย ความจริงคือมีกฎหมาย ใช้ดำเนินคดีได้อยู่แล้ว เช่น พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งรัฐยังใช้อ้างอิงอยู่ และในข่าวกระทรวงดีอีก็ย้ำว่า ผู้เล่น/ผู้ประกาศชักชวน มีความผิดตามมาตรา 12 โดยระบุโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ “มีกฎหมายหรือไม่มี” แต่คือกฎหมายยุคเก่า ถูกเอามาใช้กับอาชญากรรมดิจิทัล ที่ซับซ้อนมากขึ้นทุกปี ทั้งเรื่องบัญชีม้า คริปโต การโฆษณาข้ามแพลตฟอร์ม การใช้ต่างประเทศเป็นฐาน และการแตกโครงสร้างเครือข่ายเป็นหลายชั้น
ดังนั้น ถ้าจะตอบคำถามแบบตรง ๆ ว่า เมื่อไหร่ ไทยจะปราบเว็บพนันจริงจังสักที คำตอบหนึ่งคือ “เมื่อการบังคับใช้กฎหมายถูกออกแบบ ให้ทันรูปแบบอาชญากรรมจริง” ไม่ใช่แค่ใช้หลักเดิม แล้วหวังผลแบบเดิม เพราะคู่ต่อสู้เปลี่ยนเกมไปไกลแล้ว
อีกจุดที่หลายคนอาจไม่เห็น คือเว็บพนัน และอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาคนี้ เชื่อมโยงกันข้ามประเทศมากขึ้น UNODC ระบุว่ากลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ในเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังขยายตัว และพร้อมย้ายฐาน เมื่อเจอแรงกดดันจากการปราบปราม
Reuters ยังรายงานในเดือนมีนาคม 2025 โดยอ้างคำกล่าวตำรวจไทยว่า พื้นที่ศูนย์สแกมตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ยังอาจมีคนทำงานอยู่ถึงประมาณ 100,000 คน และแม้มีการช่วยเหลือคน ออกมาแล้วหลายพันคน ปัญหาก็ยังไม่หายไปง่าย ๆ (18 มีนาคม 2025) [3]
เพราะฉะนั้น ต่อให้ไทยปราบเข้มในประเทศ แต่ถ้าความร่วมมือข้ามประเทศ ยังไม่แน่นพอ เครือข่ายก็ยังย้ายเซิร์ฟเวอร์ ย้ายทีม และกลับมาหาคนไทยได้อยู่ดี ยิ่งประสานข้อมูลช้าเท่าไร ช่องว่างให้เครือข่ายกลับมาเปิดใหม่ ก็ยิ่งเยอะขึ้นเท่านั้น
คำว่า “ปราบจริงจัง” ในสายตาคนทั่วไป ไม่ได้วัดจากจำนวนแถลงข่าวอย่างเดียว แต่ดูจากประสบการณ์ตรง เช่น SMS ชวนเล่นลดลงไหม ค้นหาแล้วเจอเว็บหลอกน้อยลงไหม เพจชวนเล่น โดนเก็บเร็วขึ้นไหม และเส้นทางโอนเงิน ถูกตัดง่ายขึ้นไหม
ฝั่งตำรวจไทยเอง มีตัวเลขปราบปรามที่สูงขึ้น ในหลายช่วง เช่น ข่าวประชาสัมพันธ์ ของกรมประชาสัมพันธ์ระบุผลช่วง 1 ต.ค. – 18 พ.ย. 2568 ว่ามี URL ผิดกฎหมายถูกรายงานผ่านระบบ AFC รวม 75,250 URL และคดีพนันออนไลน์จับกุมได้ 956 คดี ผู้ต้องหา 1,003 ราย ซึ่งสะท้อนว่ามีการเดินงาน อย่างเข้มข้นขึ้น
แต่ถ้าอยากให้ความรู้สึก ของสังคมเปลี่ยนตามจริง ต้องมีความต่อเนื่อง และความโปร่งใสมากขึ้น เช่น รายงานว่าปิดแล้ว กลับมาใหม่กี่เปอร์เซ็นต์ จับถึงผู้สั่งการได้กี่ราย และอายัดเงินได้เท่าไร เมื่อคนเห็นผลแบบจับต้องได้ คำถามว่า “เมื่อไหร่จะปราบจริงจังสักที” ก็จะค่อย ๆ เบาลง
เมื่อไหร่ ไทยจะปราบเว็บพนันจริงจังสักที คำตอบคือจะเริ่มเห็นผลชัดขึ้น เมื่อการปราบไม่ได้หยุดแค่ปิดเว็บ แต่เดินต่อไปถึงเส้นทางเงิน และเครือข่ายตัวจริงพร้อมกัน ถ้ารัฐทำได้เร็ว ต่อเนื่อง และมีผลลัพธ์ ที่คนทั่วไปสัมผัสได้จริง ความรู้สึกว่า “จับแล้วไม่จบ” ก็จะค่อย ๆ ลดลง
ใช่ มีการปราบอย่างต่อเนื่อง และมีตัวเลขปิดกั้น/จับกุมจริง แต่ฝั่งเว็บพนันเปลี่ยนชื่อ ย้ายโดเมน และย้ายช่องทางได้เร็วมาก ทำให้คนทั่วไปยังเห็นลิงก์ใหม่ โผล่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ยิ่งเว็บสำรอง และลิงก์ชวนเล่นกระจายหลายช่องทาง คนก็ยิ่งรู้สึกว่าโดนปิดไปแล้ว แต่ยังกลับมาได้ตลอด
ต้องเน้น “ตัดวงจรการเงิน” ควบคู่กับการปิดเว็บ เพราะถ้าเงินยังเดินได้ ระบบก็เปิดใหม่ได้เร็ว การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ปปง. ธปท. และแพลตฟอร์มจึงสำคัญมาก เพราะเมื่อโอนเงินยากขึ้น และบัญชีที่ใช้รับเงิน ถูกอายัดเร็วขึ้น ต้นทุนของเครือข่าย ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

