หมารู้สึกหึง จริงไหม เมื่อเจ้าของสนใจตัวอื่น

หมารู้สึกหึง จริงไหม

หมารู้สึกหึง จริงไหม เวลาเราไปสนใจคน หรือสัตว์ตัวอื่น คำตอบคือ มีเค้าโครงของความหึงจริง เพราะสุนัขรู้สึกไม่พอใจ เมื่อความสนใจของเจ้าของถูกแย่ง แต่พฤติกรรมที่เห็นบ่อย มักเป็นการหวง หรือเรียกร้องความสนใจ บทความนี้จะพาแยกให้ออก ว่าแบบไหนคืออะไร และควรรับมือยังไงให้บ้านไม่ตึง

  • หึงกับหวงต่างกันยังไง และอะไรที่ทำให้เข้าใจผิด
  • สัญญาณที่บอกว่าเขากำลัง “หึง” พร้อมจุดที่ควรระวัง
  • วิธีรับมือให้หมาสงบลง โดยไม่ทำให้พฤติกรรมยิ่งติด

หึงของหมา ต่างจากหวงยังไง?

เวลาเราบอกว่าหมาหึง ส่วนใหญ่เราหมายถึง พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ “เจ้าของให้ความสนใจกับตัวอื่น” แล้วหมารีบพยายามดึงความสนใจ กลับมาที่ตัวเอง เช่น แทรกกลาง เอาหัวมาดันมือเรา หรือพยายามผลักคู่แข่งออกไป แต่ในมุมพฤติกรรมสัตว์ มีคำที่มักสับสนกันอยู่ 2 อย่าง

  • ความหึงหวง (jealousy) มักเกี่ยวกับ “ความสัมพันธ์” เป็นหลัก คือรู้สึกเหมือนมีคนมาแย่งคนสำคัญ ของตัวเองไปจากเรา 
  • การหวงทรัพยากร (resource guarding) มักเกี่ยวกับ “ของที่มีค่า” เช่น อาหาร ของเล่น ที่นอน หรือแม้แต่พื้นที่บางจุด


ปัญหาคือ ในชีวิตจริงมันซ้อนกันได้มาก เช่น หมาบางตัว หวงเจ้าของเหมือนเป็น “ทรัพยากร” ก็เลยแสดงท่าทางกึ่งหวง กึ่งหึงออกมา ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินจากคำว่า “หึง” อย่างเดียว ให้ดูบริบทและความเข้ม ของพฤติกรรมด้วย (ถ้ามีคำราม ขู่ หรือพุ่งกัด นั่นเริ่มเป็นเรื่องความปลอดภัยแล้ว)

มีพฤติกรรมหึงมากขึ้น เมื่อเจ้าของรักหมาอีกตัว

งานวิจัยที่คนอ้างถึงบ่อย คือการทดลองของ Harris และ Prouvost ในปี 2014 ที่ให้น้องหมาอยู่กับเจ้าของ แล้วเจ้าของทำท่ารักใคร่กับ “หมาปลอม” (ตุ๊กตาหมาที่ทำเหมือนจริง และมีเสียง/ขยับได้) เทียบกับกรณีเจ้าของ ทำแบบเดียวกันกับ “วัตถุไม่มีชีวิต” และกรณีเจ้าของหันไปอ่านหนังสือแทน

ผลที่น่าสนใจคือ หมาจำนวนมาก แสดงพฤติกรรมที่นักวิจัย ตีความว่า “คล้ายความหึง” มากขึ้นที่เจ้าของแสดงความรัก กับหมาปลอม เช่น พยายามแทรกกลาง ดัน ผลักเจ้าของ หรือวัตถุ และบางตัว ถึงขั้นมีพฤติกรรมก้าวร้าว ต่อหมาปลอม

ประเด็นสำคัญของงานนี้ไม่ใช่แค่ “หมาหึง” แต่คือรูปแบบพฤติกรรม มันเกิดขึ้นชัด เมื่อคู่แข่งดูเป็น “ตัวที่มีสถานะทางสังคม” (เหมือนเป็นหมาอีกตัว) มากกว่าวัตถุธรรมดา นั่นทำให้คำว่า jealousy เริ่มมีน้ำหนัก ในเชิงวิทยาศาสตร์มากขึ้น (23 กรกฎาคม 2014) [1]

หมาหึงได้แม้ “ไม่เห็น” ว่าเจ้าของกำลังสนใจใคร

ถ้าใครเคยสงสัยว่า “หมาคงหึงเพราะเห็นภาพต่อหน้า” งานปี 2021 ของทีม Bastos และคณะ (Psychological Science) มีไอเดียที่ท้าทายกว่านั้น คือทดลองให้หมา อยู่ในสถานการณ์ที่บางครั้ง “มองเห็น” เจ้าของกำลังปฏิสัมพันธ์ กับสุนัขปลอม

และบางครั้ง “มองไม่เห็น” เพราะมีฉากกั้น แต่เงื่อนไขเหมือนกันทุกอย่าง รายงานจาก University of Auckland เล่าว่า งานนี้ใช้สุนัข 18 ตัว และพบหลักฐานสนับสนุนว่า หมาสามารถ แสดงพฤติกรรมอิจฉา/หึง ในรูปแบบที่สอดคล้องกับการ “จินตนาการ” หรือ “แทนภาพในใจ”

ว่าเจ้าของกำลังให้ความสนใจกับคู่แข่ง แม้จะมองไม่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า แปลเป็นภาษาคนง่าย ๆ คือ บางตัวไม่ได้ต้องเห็นภาพครบ ก็รู้สึกได้ว่า “กำลังโดนแย่งความสนใจ” และตอบสนองทันที (13 เมษายน 2021) [2]

สัญญาณที่มักเจอเวลาหมาหึง

หมารู้สึกหึง จริงไหม

หมารู้สึกหึง จริงไหม คำตอบคือจริง แต่ในชีวิตจริง ความหึงของหมา ไม่ได้มาแบบฉากดราม่าเสมอไป บางตัวมาเงียบ ๆ แต่ชัดมาก บางตัวก็แสดงออกด้วยการเห่า เหมือนคำถามที่ว่า ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ (ย้ำว่าไม่ใช่ทุกข้อ จะเท่ากับหึงเสมอ ต้องดูบริบทประกอบ)

  • แทรกกลางทันที ระหว่างเรากับคน/สัตว์อีกตัว เช่นเอาตัวมาขวางมือ ที่กำลังลูบอีกฝ่าย
  • เอาหัวหรือไหล่มาดันมือเรา เหมือนบอกว่า “ลูบฉัน”
  • พยายามผลัก/เบียดคู่แข่งออกไป หรือยืนคุมระยะไม่ให้เข้าใกล้
  • ส่งเสียงเรียกความสนใจ งอแง หอน หรือเดินวนแบบกระวนกระวาย
  • ทำพฤติกรรมเดิม ๆ ที่รู้ว่าเจ้าของจะหันมามอง เช่นเอาของเล่นมาวาง ตะกุยขา กระโดดใส่


มีข้อมูลจากงานในปี 2019 ที่รายงานว่า ในการประเมินพฤติกรรม สุนัขศูนย์พักพิง พบสุนัขประมาณ 15% ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ที่มีพฤติกรรมหวงทรัพยากร (resource guarding) ซึ่งบางทีหน้าตาจะคล้ายอาการหึงได้ เลยไม่แปลกที่บางตัว จะไวมากเวลาเจ้าของ หันไปสนใจ ‘คู่แข่ง’ (17 พฤศจิกายน 2019) [3]

หมาหึงอาจเป็นเรื่องความผูกพัน + การเรียนรู้

เหตุผลที่หมาหึง มักเป็นส่วนผสมของ 3 อย่าง อย่างแรกคือความผูกพันกับเจ้าของ หมากับคนเป็นสัตว์สังคม และสร้างความสัมพันธ์แน่นมาก การมี “คู่แข่ง” เข้ามาใกล้ความสัมพันธ์นั้น จึงกระตุ้นให้หมา พยายามปกป้องความผูกพัน อารมณ์แบบนี้ อาจมีหน้าที่ทางวิวัฒนาการ เพื่อปกป้องสายสัมพันธ์

อย่างที่สองคือความไม่มั่นคง หรือความกังวลบางอย่าง เช่น กลัวถูกละเลย เครียดจากการเปลี่ยนแปลงในบ้าน หรือมีประสบการณ์ว่า เมื่อมีคน/สัตว์ตัวใหม่เข้ามา เจ้าของ “หายไป” จริง ๆ (เช่นยุ่งกับเด็กทารก หรือรับสัตว์ใหม่ แล้วตารางชีวิตเปลี่ยน)

อย่างที่สามคือการเสริมแรง โดยไม่ตั้งใจ บางครั้งหมาแทรกกลาง แล้วเราเผลอหัวเราะ จับตัว ลูบให้หยุด หรือพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู สุดท้ายมันเรียนรู้ว่า “ทำแบบนี้แล้วเจ้าของ หันมาหาแน่” ต่อให้เริ่มจากความหึงจริง ๆ สุดท้ายมันกลายเป็นพฤติกรรม เรียกร้องความสนใจ ที่ติดเป็นนิสัยได้

รับมือยังไงให้หมาไม่หึงหนักขึ้น

หลักคิดคือ ไม่ต้องดุให้ “หยุดหึง” แต่ช่วยให้หมารู้สึกว่า ยังไงก็ไม่ได้ถูกลืม และมีคิวของมันแน่นอนวิธีทำแบบง่าย ๆ คือ ก่อนคุณจะไปกอดคนอื่น ลูบสัตว์อีกตัว หรืออุ้มเด็ก ให้บอกหมาก่อนว่า “ไปเบาะ/นั่ง” แล้วให้ขนม หรือชมตอนที่มันนิ่ง

จากนั้นค่อยหันไปสนใจอีกฝ่ายแป๊บหนึ่ง แล้วกลับมาชมหมาอีกที เมื่อมันยังสงบ แบบนี้หมาจะเริ่มเข้าใจว่า ถ้ารอได้ก็ได้ ความสนใจเหมือนเดิม ไม่จำเป็นต้องแทรกกลาง ต่อมาคือฝึกคำสั่ง “ไปเบาะ” และ “รอ” ให้ชินในเวลาปกติ

เริ่มจากช่วงสั้น ๆ แล้วค่อยเพิ่มความยาก พร้อมกับมีเวลาคุณภาพ ให้สม่ำเสมอ (เล่น/เดิน/กอด) เพื่อให้มันมั่นใจว่าเจ้าของ ยังให้เวลาอยู่ แต่ถ้ามีคำราม ขู่ หรือพุ่งใส่ หรือเริ่มมีความเครียดด้วย แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ ด้านพฤติกรรม หรือผู้เชี่ยวชาญ จะปลอดภัยกว่าแก้เอง แบบลองผิดลองถูก

สรุปของคำถามที่ว่า หมารู้สึกหึง จริงไหม

หมารู้สึกหึง จริงไหม อาการที่เราเรียกว่า “หมาหึง” มักเป็นการบอกว่าเขา อยากได้ความสนใจจากเราเหมือนเดิม และไม่อยากให้ใคร มาแทรกในความสัมพันธ์นั้น สิ่งที่ช่วยได้จริง คือทำให้หมามั่นใจ ว่าเขายังมีคิวของตัวเอง สอนให้เขารอได้ และชม/ให้รางวัลตอนที่เขาสงบ แทนที่จะต้องแทรกกลางทุกครั้ง

หมาหึงเพราะรักเจ้าของมากใช่ไหม?

รักเป็นส่วนหนึ่งได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด บางตัวหึงเพราะไม่มั่นคง หรือเคยชินว่าถ้าแทรกกลาง จะได้ความสนใจเร็วกว่า การมองว่า “รักมาก” อย่างเดียวอาจทำให้เรา เผลอเสริมพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว และยิ่งเรารีบปลอบทุกครั้ง พฤติกรรมนี้ยิ่งติดง่าย

มีหมาอีกตัวเข้าบ้านใหม่ แล้วตัวเก่าหึง ควรทำยังไงก่อน?

เริ่มจากทำให้ตัวเก่ามี “คิวความสนใจที่แน่นอน” และจับคู่การปรากฏตัว ของตัวใหม่กับสิ่งดี ๆ เช่นขนม/คำชม โดยให้ตัวเก่าได้รางวัล ตอนที่มันสงบ เมื่อเห็นเราสนใจตัวใหม่ วิธีนี้ช่วยลดความรู้สึก ว่าอีกตัวมาแย่งทุกอย่างไป และควรให้ทั้งสองตัว ได้พื้นที่พักของตัวเอง เพื่อลดการปะทะกัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง