
ปี 2026 คนไทยยังเล่นพนันเยอะไหม ภาพรวมล่าสุด
- J. Kanji
- 7 views

ปี 2026 คนไทยยังเล่นพนันเยอะไหม คำตอบคือ ยังมีจำนวนมาก แม้การปราบปรามเข้มขึ้น เพราะการพนันยังเข้าถึงง่าย ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ บทความนี้ จะพาไปดูภาพรวม ว่าคนไทยยังเล่นพนันมากแค่ไหน ใครคือกลุ่มเสี่ยง และแนวโน้มปัญหานี้ จะไปทางไหน
ถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง จะเห็นเลยว่าคนไทย เล่นพนันกันเยอะ มาตั้งแต่ก่อนยุคออนไลน์แล้ว ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน เคยประเมินว่าแค่ปี 2019 มีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่เล่นพนันภายในรอบปีมากกว่า 30.4 ล้านคน หรือราว 57% ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งถือว่าสูงมากอยู่แล้ว (25 มกราคม 2021) [1]
ที่สำคัญ การพนันหลายแบบในไทย ยังผิดกฎหมายเหมือนเดิม สิ่งที่ถูกกฎหมายจริง ๆ ก็มีแค่หวยของรัฐ กับสนามม้า แต่ในชีวิตจริง เรารู้กันอยู่แล้วว่ามีทั้งหวยใต้ดิน โต๊ะบอล บ่อนเถื่อน รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ ที่เปิดรับคนไทยทั้งตรง ๆ และผ่านเอเย่นต์
เพราะฉะนั้น แค่ดูจาก “ฐานเดิม” ก็พอจะเดาได้เลยว่า ภาพรวมยังไม่ใช่สังคม ที่หันหลังให้การพนันแบบชัด ๆ แน่นอน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปหนักมากคือ “ช่องทาง” และ “หน้าตา” ของการพนันต่างหาก
ถ้าขยับมาใกล้ปัจจุบันหน่อย ข้อมูลช่วงปี 2023 (ครอบคลุมทั้งพนันบนดิน และออนไลน์) ชี้ว่า ปัญหายังไม่ได้เบาลงเลย มีคนจำนวนมากทั้งที่เล่นประจำ และคนที่เล่นเป็นครั้งคราว แต่เริ่มมีผลกระทบตามมา ตัวอย่างเช่น
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกแค่ว่า “มีคนเล่นเยอะ” แต่สะท้อนด้วยว่า การพนันเริ่มกลายเป็น “กิจกรรมออนไลน์ทั่วไป” ของบางกลุ่มไปแล้ว อยู่ในระดับเดียวกับการเล่นเกม หรือสตรีมมิ่งในสายตาบางคน ซึ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “เล่นขำ ๆ” กับ “เริ่มมีปัญหา” บางลงเรื่อย ๆ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทย ยังเล่นพนันเยอะ คือความง่ายในการเข้าถึง แค่มีมือถือ อินเทอร์เน็ต และบัญชีโอนเงิน ก็เข้าถึงเว็บพนัน หรือกลุ่มชวนเล่นได้ทันที ข้อมูลจาก ศูนย์ฯ การพนัน ระบุว่ากลุ่ม Gen Z ที่เล่นพนันออนไลน์ มีจำนวนหลักล้าน และมีเงินหมุนเวียนในระบบ หลายหมื่นล้านบาทต่อปี
ซึ่งชี้ชัดว่าการพนัน ไม่ได้อยู่แค่ในบ่อน แต่ย้ายขึ้นมาอยู่บนหน้าจอเต็มตัวแล้ว อีกด้านหนึ่ง สื่อสุขภาพของไทย ก็สะท้อนภาพคล้ายกันว่า เด็กและวัยรุ่นจำนวนมาก เข้าใกล้เว็บพนันจากการโดนโฆษณา ชวนเข้ากลุ่มไลน์ หรือดูไลฟ์ของอินฟลูเอนเซอร์ ที่มีเนื้อหาชวนให้ลองเล่น
โดยบางส่วนมองว่ามัน “ดูเป็นอาชีพ ทำเงินได้” มากกว่าจะมองว่า เป็นการพนันที่เสี่ยงติดได้ พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ไม่มีบ่อนใกล้บ้าน แค่เปิดมือถือ ก็เหมือนมีคาสิโนส่วนตัว อยู่ในมือ 24 ชั่วโมง ใครที่คุมตัวเองได้ไม่ดี หรือมีปัญหาการเงินอยู่แล้ว ก็ยิ่งเสี่ยงหลุดลึก

เทรนด์ที่น่าเป็นห่วงสุดคือ เด็กและคนรุ่นใหม่ เข้ามาเกี่ยวข้องกับพนันเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
สสส.กับภาคีเครือข่าย ด้านสุขภาพจิตรายงานว่า คนรุ่นใหม่อายุ 15–25 ปี มีคนเล่นพนันออนไลน์มากกว่า 3 ล้านคน และราว 1.4 ล้านคนมีความเสี่ยงจะกลายเป็น “นักพนันที่เป็นปัญหา” ตรงนี้เองที่ทำให้คำถามเรื่อง วิธีป้องกันลูกหลาน เล่นพนัน กลายเป็นเรื่องที่ทุกครอบครัวต้องใส่ใจ
อีกจุดที่สะท้อนว่า คนไทยยังเล่นพนันกันเยอะ และเริ่มมีปัญหารุนแรงขึ้น คือข้อมูลเรื่อง “คนติดพนัน” และ “ผู้ป่วยสุขภาพจิตจากการพนัน”
อีกเรื่องที่ทำให้คำถามนี้ซับซ้อนขึ้น คือฝั่งนโยบายรัฐ ที่เริ่มพูดถึงการทำ “คาสิโนถูกกฎหมาย” และดึงบางรูปแบบของการพนัน เข้าอยู่ในระบบมากขึ้น ช่วงต้นปี 2025 ครม.เห็นชอบหลักการตั้งคาสิโน ในคอมเพล็กซ์ความบันเทิง หวังดึงเม็ดเงินท่องเที่ยว และเงินพนันใต้ดินเข้ารัฐ
พร้อมกำหนดให้พื้นที่คาสิโน ไม่เกินราว 10% ของโครงการ และเก็บค่าผ่านประตู จากคนไทยที่เข้าไปเล่น แต่ฝั่งสังคมยังแบ่งเป็นสองขั้ว ผลสำรวจนิด้าโพลปีเดียวกัน พบว่าคนส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับทั้งคาสิโน และพนันออนไลน์ (ประมาณสองในสามคัดค้าน)
แม้จะมีบางส่วนสนับสนุน ด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ก็มีการรณรงค์จากภาคประชาสังคม สสส. โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานด้านสุขภาพจิต ทำ MOU และโครงการป้องกันเด็ก และเยาวชน จากพนันออนไลน์ต่อเนื่อง (27 มีนาคม 2025) [3]
คนไทยยังเล่นพนันกันจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และคนรุ่นใหม่ ที่เข้าถึงพนันออนไลน์ง่ายมากผ่านมือถือ ปีนี้จึงไม่ใช่ปีที่สังคมไทย เลิกเล่นพนัน แต่เป็นปีที่เรายิ่งต้องคิดให้ชัด ว่าจะรับมือ และลดความเสียหาย จากการพนันยังไง ทั้งในระดับตัวบุคคล ครอบครัว และนโยบายภาพใหญ่ของประเทศ
ตัวเลขช่วงปี 2021-2025 จำนวนคนเล่น และคนได้รับผลกระทบจากพนัน มีท่าทีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก และคนรุ่นใหม่ ที่เข้าถึงพนันออนไลน์ง่ายมาก ตัวเลขเด็กและเยาวชนที่เล่นพนัน แตะหลักหลายล้านคน และยังมีคนอีกหลายล้าน ที่ระบุว่าชีวิตตัวเอง ได้รับผลกระทบจากพนัน ในรอบปีที่ผ่านมา
ในไทยมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ที่ให้บริการปรึกษา ด้านความเครียด ความกังวล และปัญหาทางใจตลอด 24 ชั่วโมงโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถโทรไปได้ฟรี เพื่อพูดคุยกับนักจิตวิทยา หรือทีมให้การปรึกษา

