ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า พฤติกรรมที่เจ้าของควรรู้

ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า

ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า เป็นคำถามที่เจ้าของหมา แทบทุกคนต้องเคยสงสัย เวลาได้ยินเสียงเห่ารัว ๆ ทั้งวันทั้งคืน จริงๆ แล้วเสียงเห่า เป็นเหมือนภาษาพูดของหมา ที่เอาไว้บอกความรู้สึก หรือการปกป้องเจ้าของ และบทความนี้ จะพาไปดูสาเหตุหลัก ๆ พร้อมวิธีรับมือให้ทั้งคน และหมาอยู่ร่วมกันได้สบายขึ้น

  • เสียงเห่าสุนัขบอกอะไร?
  • สาเหตุหลักที่หมาเห่าบ่อย
  • วิธีรับมือเสียงเห่า แบบไม่ทำร้ายน้องหมา

เสียงเห่า คือภาษาที่หมาใช้สื่อสาร

หลายคนอาจสงสัย ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า จริง ๆ แล้วสำหรับหมา การเห่าไม่ใช่แค่เสียงรบกวน แต่มันคือวิธีสื่อสารหลัก ๆ ของเขาเลยเขาใช้เสียงเห่าแทนคำว่า “เฮ้ ดูนี่สิ” “กลัวอะ” “ดีใจมาก” หรือแม้แต่ “ออกไปจากหน้าบ้านฉันนะ!” ถ้าลองฟังดี ๆ เสียงเห่าของหมา ไม่ได้เหมือนกันหมด

มีงานวิจัยภาคสนาม ในปี 2014 ที่ทดลองเปิดเสียงเห่า หลายแบบให้สุนัขฟัง แล้วพบว่าสุนัขสามารถแยกแยะได้ ว่าเสียงเห่านั้น มาจากสถานการณ์ไหน เช่น เสียงเห่าเวลาเฝ้าบ้าน กับเสียงเห่าเวลาอยู่ลำพัง แปลว่าเสียงเห่ามี “ข้อมูล” อยู่จริง ๆ ไม่ใช่แค่เสียงดังรบกวนเฉย ๆ เท่านั้น (ตุลาคม 2014) [1]

เพราะงั้นก่อนจะหงุดหงิดใส่หมา ลองถามตัวเองก่อนว่า เขากำลัง “พูดอะไร” อยู่หรือเปล่า เราอาจเจอว่า เหตุผลที่เขาเห่า มันมีที่มาที่ไปมากกว่าแค่ “ขี้เห่า” เฉย ๆ ลองสังเกตโทนเสียงเห่า น้ำเสียง และภาษากายของเขาร่วมด้วย จะช่วยให้เรา อ่านอารมณ์ของหมา ได้ตรงขึ้นมาก

เห่าเพราะปกป้องบ้าน ปกป้องคนที่รัก

สุนัขส่วนใหญ่มีสัญชาตญาณ “ยามเฝ้าบ้าน” ติดตัวมาอยู่แล้ว แค่มีเสียงเคาะประตู หรือคนเดินผ่านรั้ว เขาก็พร้อมจะเห่าเตือนทันที สำหรับมุมมองของหมาแล้ว “บ้าน” ก็คือเขตของตัวเอง คนแปลกหน้า เสียงรถ มอเตอร์ไซค์ ของตก หรือหมาตัวอื่นเห่าอยู่ไกล ๆ เลยถูกมองเป็นสิ่งน่าสงสัยที่ต้องแจ้งเจ้าของ

งานสำรวจปี 2016 ในเกาหลีใต้พบว่า เจ้าของเกือบ 47% มองว่า “เห่ามากเกินไป” เป็นหนึ่งในปัญหาหลัก และงานวิจัยในญี่ปุ่นปี 2019 ก็รายงานคล้ายกันว่า การเห่าเวลาได้ยินเสียงในบ้าน กับเห่าคนแปลกหน้า เป็นหนึ่งในพฤติกรรมยอดฮิต ของหมาเลี้ยงในบ้าน (29 กุมภาพันธ์ 2024) [2]

เพราะเขารู้สึกว่า ตัวเองมีหน้าที่ปกป้องเรา การไปดุน้องแรง ๆ ทุกครั้งที่เห่าเตือน อาจทำให้เขาสับสนว่า “ช่วยแล้วทำไมโดนโกรธ” ทางที่ดีกว่าคือให้เขา เห่าเตือนได้สั้น ๆ แล้วค่อยสอนคำสั่ง “พอ” หรือ “เงียบ” และให้รางวัลตอนที่เขาหยุด เพื่อให้รู้ว่าเตือนเสร็จแล้วก็พอ ไม่ต้องเห่ายาว ๆ ตลอดเวลา

เห่าเรียกร้องความสนใจ หรืออยากเล่น

อีกเหตุผลยอดฮิตเลยคือ “อยากให้สนใจ” หลายบ้านเวลาหมาเห่า จะหันไปมองทันที หรือเดินเข้าไปหา พูดกับเขา ดุบ้าง ลูบบ้าง แต่ในมุมของหมา สิ่งนี้แปลว่า “เห่า = เจ้าของหันมาสนใจ” ทีนี้เขาก็จะเริ่มใช้การเห่า เป็นเครื่องมือเรียกเรา เช่น

  • เห่าเวลาอยากออกไปเดินเล่น
  • เห่าเวลาอยากกินขนม
  • เห่าเวลาเราเอาแต่นั่งเล่นมือถือ ไม่หันมาคุยด้วย

 

บางทีแค่เราลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ เดินเข้าไปดุว่า “เห่าอะไรนักหนา” นั่นแหละคือรางวัลแล้วนะ เขาได้สิ่งที่อยากได้คือ “ความสนใจ” วิธีจัดการคือ ต้องไม่เผลอให้รางวัล กับการเห่าเรียกร้อง เช่น ตอนเขาเห่าไม่หยุด ให้เมิน ไม่สบตา ไม่พูดด้วย พอเขาเงียบค่อยหันมาชม แบบนี้เขาจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า “เงียบ = ได้รับความสนใจ”

เห่าเพราะกลัว เครียด หรือไม่มั่นคง

ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า

ไม่ใช่หมาทุกตัวที่เห่าเพราะดุ หลายตัวเห่าเพราะ “กลัว” เวลาเจอเสียงดัง หรือคนแปลกหน้า เขาอาจรู้สึกไม่ปลอดภัย แล้วเลือกใช้การเห่า เป็นเกราะป้องกันตัวเอง มีงานวิจัยในปี 2015 ที่สำรวจสุนัข 17 สายพันธุ์ในนอร์เวย์ พบว่าโดยเฉลี่ย 23% ของสุนัข ถูกเจ้าของรายงานว่ากลัวเสียงดัง (สิงหาคม 2015) [3]

และสถานการณ์ที่ทำให้กลัวมากที่สุด คือเสียงพลุ และดอกไม้ไฟ ภาษากายของหมาเวลากลัว มักจะมีสัญญาณอื่นร่วมด้วย เช่นหูแนบไปด้านหลัง หางตกต่ำ หรือลังเลจะเข้าใกล้ แต่ก็เห่าขู่อยู่ห่าง ๆ ถ้าเจ้าของไปดุน้องหมา ในจังหวะที่เขากำลังกลัว มันจะเหมือนเราไปซ้ำเติม ความเครียดของเขาอีกชั้น

แทนที่จะช่วยให้ดีขึ้น เขาอาจยิ่งไม่ไว้ใจคน หรือกลายเป็นหมา ที่ขี้กังวลมากกว่าเดิม สิ่งที่ช่วยได้ คือการให้เขามีที่หลบมุม ที่รู้สึกปลอดภัยเวลามีเสียงดัง เช่นมุมห้องที่เงียบ ๆ หรือเปิดเพลงกลบเสียงเบา ๆ ลูบตัวเบา ๆ เวลาเขาเริ่มนิ่งลง เพื่อให้เขาค่อย ๆ เชื่อมโยงว่า “เสียงดัง แต่ยังปลอดภัยอยู่”

เห่าเพราะเบื่อ พลังงานล้น ไม่ได้ปลดปล่อย

หมาหลายตัวไม่ได้ขี้เห่าแต่กำเนิด แต่กลายเป็นขี้เห่าเพราะ “เบื่อ” กับ “พลังงานเหลือ” ลองคิดภาพหมา ที่ต้องอยู่ในบ้าน หรือในกรงทั้งวัน แทบไม่ได้ออกไปเดินเล่น ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ใช้สมองเล่นเกม หรือของเล่นอะไรเลย

พลังงานที่สะสมอยู่ในตัวเขา ต้องหาทางระบายออกมาบ้าง และเสียงเห่าก็เป็นหนึ่งในวิธีนั้น ผลที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่เห่าอย่างเดียว แต่รวมถึงพฤติกรรมทำลายของ เช่นแทะรองเท้า แทะขาโต๊ะ ขุดดินในสวน หรือเดินวนไปวนมา อย่างกระสับกระส่าย

ทางแก้คือ ให้โอกาสน้องหมา ได้ปล่อยพลังทุกวัน อย่างน้อยพาเดินเล่น ออกกำลังกาย เล่นของเล่นที่ใช้สมอง เช่น ของเล่นซ่อนขนม หรือสอนทริกง่าย ๆ อย่าง “นั่ง” “คอย” “มือ” ก็ช่วยให้เขาเหนื่อยแบบ “ใช้สมอง” ด้วย พอทั้งร่างกาย และสมองได้ทำงานเต็มที่ เสียงเห่ามักจะลดลงเอง

เห่าเพราะสุขภาพมีปัญหา หรือถูกเลี้ยงผิดวิธี

ในบางเคส เสียงเห่าที่ผิดปกติ อาจเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น พฤติกรรมสุนัข วัยแก่ ที่เริ่มเห่ากลางคืนบ่อย ๆ หรือหมาที่อยู่ดี ๆ ก็เห่าหนักขึ้นกว่าปกติ ทั้งที่สภาพแวดล้อมเดิม อาจมีอาการเจ็บปวดบางอย่าง ที่เขาบอกเราไม่เป็น ถ้ารู้สึกว่าพฤติกรรมการเห่าของหมา เปลี่ยนไปแบบชัดเจน

ควรลองพาไปให้สัตวแพทย์ตรวจเช็ก เผื่อมีปัญหาด้านการมองเห็น การได้ยิน หรือโรคอื่น ๆ ที่ทำให้เขาไม่สบายตัว อีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม คือการลงโทษแบบรุนแรง เช่นตีเวลาเห่า หรือทำให้เขากลัวมาก ๆ เพื่อให้เงียบ วิธีแบบนี้อาจหยุดเสียงเห่า ได้แค่ชั่วคราว แต่ทิ้งผลข้างเคียง เรื่องความกลัว

และความไม่ไว้ใจในระยะยาว หมาที่เคยร่าเริง อาจกลายเป็นหมาขี้กลัว หรือระเบิดใส่คน แบบคาดไม่ถึง การฝึกที่ดีควรใช้หลัก “ชมเมื่อทำดี เมินหรือเบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อทำพฤติกรรม ที่ไม่อยากให้ทำ” แทนการลงโทษหนัก ๆ จะช่วยให้หมา เข้าใจสิ่งที่เราต้องการ โดยที่ความสัมพันธ์ ยังดีเหมือนเดิม

สรุปของคำถามที่ว่า ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า

กับคำถามที่ว่า ทำไมสุนัข ถึงชอบเห่า คำตอบจริง ๆ คือเสียงเห่าเป็นภาษา ที่เขาใช้สื่อสารทุกอย่าง เราอาจไม่สามารถให้หมาเงียบ 100% ได้แต่เราเลือกที่จะเข้าใจสาเหตุ ฝึกให้เขาเห่าอย่างพอดี และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อให้ทั้งคน และน้องหมา อยู่ร่วมกันได้สบายใจมากขึ้น

ทำยังไงดี ถ้าหมาเห่าคนเดินผ่านหน้าบ้านตลอดเวลา?

ให้ลองแยกก่อนว่า เขาเห่าแบบเตือนเฉย ๆ หรือเห่าด้วยความตื่นเต้นเกินไป แล้วใช้คำสั่ง “พอ” หรือ “เงียบ” พร้อมให้รางวัลทันที ที่เขาหยุดเห่า ถ้าเขายังเห่าบ่อย ให้ช่วยลดสิ่งกระตุ้น เช่น ทำรั้วทึบขึ้น หรือเบี่ยงความสนใจ ด้วยของเล่น และคำสั่งง่าย ๆ เวลาเห็นคนเดินผ่าน

เห่าตอนเราออกจากบ้านทุกวัน จัดการยังไงดี?

ส่วนใหญ่เห่าตอนเราออกจากบ้าน เพราะกังวลเวลาอยู่ลำพัง เราต้องค่อย ๆ ฝึกให้เขาชินกับการอยู่คนเดียว โดยเริ่มออกจากบ้านช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วค่อยเพิ่มเวลา อย่าทำช่วงออก–เข้าบ้าน ให้ตื่นเต้นเกินไป และจัดมุมที่สบาย พร้อมของเล่น หรือของเคี้ยวให้เขา ระหว่างที่เราไม่อยู่

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง