
เปิดโปงความจริง ทำไมข่าวเว็บพนัน โยงการเมืองบ่อย
- เฌออัณณ์
- 23 views

ทำไมข่าวเว็บพนัน โยงการเมืองบ่อย ซึ่งสาเหตุที่ข่าวเว็บพนัน มักจะถูกโยงเข้ากับการเมือง อยู่บ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีปัจจัยหลัก มาจากผลประโยชน์มหาศาล และการใช้อำนาจรัฐ เพื่อปกป้องธุรกิจสีเทา ที่ได้แก่ แหล่งทุนฟอกขาว และทุนสู้ศึกเลือกตั้ง หรือ การหาความคุ้มครอง ผ่านอำนาจของรัฐบาลเป็นต้น
ซึ่งความเชื่อมโยงระหว่าง “เว็บพนัน” และ “การเมืองไทย” มีรากฐานมาจากความต้องการในเรื่อง “ทุน” และ “อำนาจ” โดยมีวิวัฒนาการมาจาก การพนันพื้นบ้านในอดีต สู่เครือข่ายดิจิทัลข้ามชาติในปัจจุบัน โดยจะมีรายละเอียดของที่มาดังต่อไปนี้คือ เว็บพนันไม่ได้เชื่อมโยง กับการเมืองเพียงแค่การจ่ายเงิน แต่ทำหน้าที่เป็นระบบนิเวศร่วมกัน ซึ่งได้แก่
แหล่งทุนการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งในไทย จะต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งธุรกิจสีเทาสามารถจัดหา เงินสดเป็นจำนวนมาก ที่ตรวจสอบที่มาได้ยาก เพื่อใช้ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง รวมถึงการฟอกขาวผ่านอำนาจรัฐ โดยเจ้าของเว็บพนัน มักเข้าสู่การเมืองท้องถิ่น หรือสนับสนุนนักการเมืองระดับชาติ เพื่อใช้ตำแหน่ง เป็นเกราะคุ้มกันจากการถูกจับกุม
และการฟอกเงินผ่านโครงการรัฐ ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้ มักจะมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างบังหน้า เพื่อประมูลโครงการรัฐ และเปลี่ยนเงินพนัน ให้กลายเป็นกำไรที่ถูกกฎหมาย รวมถึงเว็บพนันเหล่านี้ ยังมีความเชี่ยวชาญ ในการใช้ “ปั่นกระแส” ออนไลน์ ซึ่งมักถูกโยงว่าถูกนำมาใช้ เป็นเครื่องมือในการหาเสียง หรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนั่นเอง
ซึ่งประวัติความเป็นมา และการวิวัฒนาการ เกี่ยวกับการพนัน ได้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งตอนนั้นการพนัน เคยเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐ ก่อนจะถูกประกาศให้ผิดกฎหมาย ทั่วราชอาณาจักร ในสมัยรัชกาลที่ 6 หรือในช่วงปีคริสต์ศักราช 1917 นั่นเอง
และต่อมาในปีคริสต์ศักราช 1977 โดยเป็นยุคสมัยของเจ้าพ่อท้องถิ่น ซึ่งในช่วงเวลานั้น การพนันอยู่ในรูปแบบ “บ่อนวิ่ง” หรือหวยใต้ดิน โดยมีเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่เป็นผู้ดูแล และทำหน้าที่เป็นฐานคะแนน ให้นักการเมืองใหญ่ ซึ่งหลังจากนั้นต่อมา ในปีคริสต์ศักราช 2017 เมื่อเทคโนโลยี เริ่มเข้ามามีบทบาท
และเปลี่ยนโฉมจากบ่อนสู่โลกออนไลน์ จึงทำให้รายได้เติบโต แบบก้าวกระโดดจนเกิดกลุ่ม “วัยรุ่นสร้างตัว” ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ จะมีเงินทุนที่หนากว่าเจ้าพ่อรุ่นเก่า และสามารถแทรกซึมเข้าสู่ พรรคการเมืองได้รวดเร็ว ผ่านสายสัมพันธ์คนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มทุนสมัยใหม่นั่นเอง
ซึ่งสาเหตุที่ข่าวเว็บพนัน มักจะถูกโยงให้เข้ากับ การเมืองอยู่บ่อยครั้ง ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ผลประโยชน์มหาศาล และการใช้อำนาจรัฐ เพื่อปกป้องธุรกิจสีเทา โดยมีดังต่อไปนี้

ซึ่งการเชื่อมโยงระหว่าง นักการเมืองกับเว็บพนันออนไลน์ ล้วนเป็นเรื่องของ “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะในบริบทการเมืองไทยที่กลุ่ม “ทุนสีเทา” พยายามเข้ามามีบทบาท เพื่อความมั่นคงของธุรกิจตนเอง โดยสิ่งที่นักการเมืองได้รับ จากการยุ่งเกี่ยวกับเว็บพนัน จะมีโดยหลักๆ ดังต่อไปนี้คือ
ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม ปี 2026 ที่ผ่านมานี้ ได้มีข่าวใหญ่ที่เชื่อมโยง เว็บพนันออนไลน์ กับนักการเมืองอยู่หลายกรณี โดยเฉพาะในช่วง ก่อนการเลือกตั้ง โดยจะมีข่าวดังต่อไปนี้
ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการปราบปราม และปิดกั้น URL โดยกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะใช้แพลตฟอร์ม AI และระบบ “URLs Checker” เพื่อเฝ้าระวัง และปิดกั้นเว็บพนันอย่างรวดเร็ว และจากผลสำรวจพบว่า ตั้งแต่ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2025 จนถึงเดือนมกราคม ปี 2026 สามารถปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ได้แล้ว 183,000 รายการ
และรัฐบาลยังเร่งออกกฎหมาย เพื่อเพิ่มบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเสนอให้ผู้ทำเว็บพนัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงการตัดวงจรการเงิน โดยเน้นกวาดล้าง “บัญชีม้า” และซิมม้าที่ถูกนำมาใช้ฟอกเงิน รวมถึงได้มีการประสานงานกับ สำนักงานป้องกัน
เพื่อยึดทรัพย์สินในเครือข่าย ของธุรกิจสีเทาอีกด้วย รวมถึงมีแนวคิดที่จะแก้ไข พระราชบัญญัติการพนัน ในปีคริสต์ศักราช 1935 ให้มีความทันสมัยขึ้น เพื่อรองรับการบริหาร จัดการพนันออนไลน์ ให้เข้าสู่ระบบการอนุญาต ในการจัดเก็บภาษีได้ และ เหตุผลที่รัฐเร่งปราบเว็บพนัน ช่วงเลือกตั้ง ก็เพื่อป้องกัน “เงินสีเทา” ไหลเข้าสู่สนามเลือกตั้งเป็นต้น
จากประโยคคำถาม ที่หลายคนกำลังสงสัยว่า ทำไมข่าวเว็บพนัน โยงการเมืองบ่อย ซึ่งคำตอบก็คือ เพราะว่ามีปัจจัยหลักมาจาก “ผลประโยชน์ทางการเงินที่มหาศาล” กับ “อำนาจรัฐที่สามารถ คุ้มครองธุรกิจสีเทาได้” รวมถึงเป็นทุนสู้ศึกเลือกตั้ง กับการแสวงหาอำนาจคุ้มครองจากรัฐบาล และเป็นเครื่องมือเพื่อ “โจมตีทางการเมือง” เป็นต้น
ซึ่งเว็บพนันเหล่านี้ มักจะทำผ่านโดยการบริจาคการกุศล หรือลงทุนในโครงการพัฒนาพื้นที่ ของนักการเมือง เพื่อเปลี่ยนเงินสีเทา ให้กลายเป็นเงินทำบุญ หรือเงินลงทุนที่ดูถูกกฎหมายนั่นเอง
ซึ่งนอกจากนักการเมือง จะได้รับโทษจำคุก ในคดีฟอกเงินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หรืออาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ “พรรคการเมืองถูกยุบ” ได้เลยนั่นเอง

